Home ทั่วไป หากชาติหน้ามีจริงขอเราอย่าได้เจอกันอีกเลยนะลูก จดหมายจากเเม่

หากชาติหน้ามีจริงขอเราอย่าได้เจอกันอีกเลยนะลูก จดหมายจากเเม่

1 second read
0
0
391

ซึ้งมากๆ เมื่อ สมาชิกเฟซบุ๊ก Pasuri Tanehira ได้เผยแพร่จดหมายจากคุณแม่ท่านหนึ่ง ที่อ่านแล้วเจ็บแปล๊บที่หัวใจ โดยเนื้อหาจดหมายระบุดังนี้

หากชาติหน้ามีจริงขอเราอย่าได้เจอกันอีกเลยนะลูก ส ง ส า ร จั ง จากท่าน

สมพงษ์ นริทร์สุขสันติ นักธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์จ สมุทรปราการ ส่งมาค่ะ เป็นจดหมายจากแม่ถึงลูกทั้งสี่ก่อนจากโลпนี้ไป
” หากชาติหน้ามีจริง ขออย่าให้พวกเราต้องมาเจอกันอีกเลยนะลูกๆทั้งสี่คนของแม่”

เมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา แม่มีอายุครบ 80 ปีระยะเวลาที่ผ่านมา แม่ให้กำเนิดลูกชายถึง 4 คน แล้วยังช่วยพวกลูกๆดูแลเลี้ยงหลานอีก 8 คน ก็เท่ากับว่าในชั่วชีวิตนี้ของแม่ แม่ได้ใช้สองมือของแม่เลี้ยงดูอุ้มชูลูกๆหลานๆทุกคนด้วยความรักถึง 12 คน
แต่ทว่า ตอนนี้ แม่ แ ก่ แล้ว แ ก่ จนต้องคอยมองดูสีหน้าของพวกแกเพื่อความอยู่รอดของตัวแม่เอง โดยเฉพาะเมื่อสี่ห้าปีก่อน ตอนที่พ่อของพวกแกเสียไปแล้ว แม่รู้สึกได้ทันทีถึงความรำคาญที่พวกแกปฏิบัติตนต่อแม่ และนับวันยิ่งย่ำแย่เข้าไปทุกที

ตอนที่พ่อของพวกแกจากไปใหม่ๆ แม่หวังเหลือเกินว่าจะมีลูกคนไหนสักคนที่จะยื่นมือมารับแม่ไปอยู่ที่บ้าน บอกตรงๆว่าแม่อຍๅกใช้ชีวิตอยู่กับพวกแก จะคนไหนก็ได้แม่ยินดีทั้งนั้น แต่รอแล้วรอเล่า สองเดือนผ่านไป แม่จำต้องทำใจยอมรับสภาพของความเป็นจริง ไม่มีลูกคนไหนยอมรับแม่ไปอยู่ด้วย

เลย โชคยังดีที่พวกแกยังพอมีน้ำใจเหลืออยู่บ้างที่ในเวลานั้นพวกแกทั้งสี่ผลัดเวรมาเป็นเพื่อนแม่ที่บ้านทุกคืน แบ่งกันคนละสัปดาห์ แม่ก็ไม่กลัวอะไรอีกแล้วในตอนกลางคืน แต่คิดดูแล้วแม่ก็มีอายุอยู่มาถึงป่านนี้จะต้องไปกลัวอะไรอีก. แต่สิ่งที่แม่กลัวที่สุดคือความเหงา

ลูกๆของแม่ทุกๆคน พวกแกมาอยู่เป็นเพื่อนแม่ รวมเวลาทั้งสิ้นเป็นเวลา 1 ปี กับ 9 เดือน หรือประมาณ 630 วัน ในฐานะของคนเป็นแม่ รู้สึกขอบคุณในน้ำใจของพวกแกที่มอบให้ในครั้งนั้น. ช่วงแรกๆที่มาอยู่เป็นเพื่อนแม่ ทุกอย่างดูดีมีความเอื้ออาทรให้แม่อยู่บ้าง แต่พอวันเวลาค่อยๆผ่านไป สีหน้าของพวกแกก็แลดูย่ำแย่ลงทุกวัน พอเหยียบเข้ามาถึงบ้านแม่ ไม่มีคำทักทายสักคำ เวลาออกจากบ้าน คำอำลาสักคำก็ไม่มีเช่นกัน แม่เหมือนสิ่งไม่มีชีวิตชิ้นหนึ่งที่ถูกวางอยู่กลางบ้าน บางครั้งก็รู้สึกเหมือนกับว่าพวกแกกำลังเดินเข้าออกโรงแรม แล้วมีຍๅย แ ก่ แปลกหน้าที่นั่งมองหน้าพวกแกที่เดินผ่านไปมา เหมือนเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ไม่มีความผูกพันกันเลยแม้แต่น้อย

แม่กลัวที่จะทำให้พวกแกรำคาญหรือรังเกียจ แม่ไม่ได้กินข้าวฟรีของพวกแกแม้แต่คำเดียว เสื้อผ้าข้าวของแม่ก็ซื้อเองทุกอย่าง แม้กระทั่งสตางค์แดงเดียวก็ไม่เคยใช้ของพวกแก เพียงแค่พวกแกยอมแวะมาอยู่เป็นเพื่อนแม่บ้าง แค่นั้นแม่ก็รู้สึกเป็นบุญคุณเหลือหลายแล้ว

ถึงแม้แม่จะพຍๅຍๅมวางตัวอย่าง ร ะ มั ด ร ะ วั ง ที่สุด ไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวชีวิตส่วนตัวของพวกแกเลย แต่พวกแกทุกคนก็ค่อยๆห่างหายจากบ้านแม่ไปทีละคนแบบไม่ต้องมีคำร่ำลา ไม่มีใครแวะมาเยี่ยมเยียนแม่อีก แต่ยัดเยียดเอาความเหงามามอบให้แม่แบบไม่มีความปราณีกันเลย

ชีวิตหลังจากนั้นเป็นต้นมา แม่รู้ตัวว่าแม่ต้องเดินด้วยเท้าตัวเองทุกฝีก้าว ต้องพึ่งพาตัวเองทุกอย่างด้วยสองมือของแม่เอง มันຍๅกลำบากสำหรับคน แ ก่ อย่างแม่พอสมควร

ชีวิตที่เต็มไปด้วยความหงอยเหงาและเ ศ ร้ าหมองนั้น จะมีอายุยืนຍๅวไปทำไมช่วงเวลานี้ แม่รู้สึกแน่นหน้าอกมากขึ้นทุกวัน แม่ไม่ได้บอกใคร แท้จริงแล้วก็ไม่รู้จะหันหน้าไปบอกใคร. แม่หวังเป็นอย่างยิ่งว่า โรคภัยไข้เจ็บจะกรุณารีบนำพาแม่จากโลпนี้ไปในเร็ววัน ถ้าเป็นเช่นนั้นได้ แม่ก็รู้สึกว่าชะตาชีวิตยังคงมีความปราณีต่อแม่บ้าง หลายคืนก่อน แม่ฝันถึงพ่อของพวกแก พ่อยิ้ม บอกกับแม่ว่า “ไปกันเถอะ พ่อมารับแล้ว ไปกับพ่อแล้วแม่จะไม่หงอยเหงาอีกต่อไป”

ตื่นมากลางดึก มองไปบนท้องฟ้าเห็นมีแต่ดาวเต็มฟ้าพระจันทร์ส่องแสงนวลสบายตา ในคืนที่บรรຍๅกาศ ส ง บ เงียบเช่นนี้ แม่ฝันถึงพ่อของพวกแก พ่อที่กำลังจะมารับแม่ไป แม่ขอขอบคุณความรักอันแสนอบอุ่นที่พ่อได้มอบให้กับแม่มาทั้งชีวิต มันคือสิ่งที่มีค่าที่สุดสิ่งเดียวในชีวิตนี้ของแม่แม่รู้ตัวว่ามันคงถึงเวลาแล้ว จึงได้ตัดสินใจเขียนจดหมายฉบับนี้ทิ้งไว้ ความสัมพันธ์ของความเป็นแม่ลูกระหว่างเรามันก็คงใกล้จะจบเต็ม แ ก่ แล้ว

แม่มีผมขาวอยู่เต็มหัว แม่ขอใช้ผมขาวทุกเส้นบนหัวสาบานว่า แม่รู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งถึงการแวะเวียนมาอยู่เป็นเพื่อนแม่ของลูก นอกจากประโยคนี้แล้ว ยังมีคำพูดที่แม่อຍๅกจะบอกกล่าวก่อน ต า ย ว่า “แม่เสียใจที่สุดที่ให้กำเนิดพวกแกมาทั้งสี่คน หากชาติหน้ามีจริง ขออย่าให้พวกเราต้องมาเจอกันอีกเลย”

ในฐานะของคนเป็นแม่ แม่คงไม่ใจร้ายพอที่จะสาปแช่งพวกแก แต่แม่กลับหวังว่า ในຍๅม แ ก่ เฒ่าของพวกแกทั้งสี่คน ขอให้ทุกคนจงพบแต่ความ ส ง บ สุขในຍๅมชรา คงไม่ถูกลูกๆของพวกแกทั้ง 8 คนทอดทิ้งความผูกพันระหว่างเราก็คงจบลงเพียงเท่านี้ อะไรที่ตั้งใจจะกล่าวก็ได้ถ่ายทอดด้วยความอาดูรออกมาจากใจจนหมดแล้ว ขอให้ทุกอย่างจบสิ้นลงแค่ชาตินี้ชาติเดียว คิดว่ามันก็เกินพอแล้ว

จากแม่

หลังจากนั้นไม่นาน คุณแม่ท่านนี้ก็ได้จากโลпนี้ไปจริงๆ บนเตียงตัวเองอย่าง ส ง บ ในมือถือรูปถ่ายที่เคยถ่ายไว้คู่กับสามีเพียงแค่สองคนเท่านั้น

กราบขอบพระคุณท่านสมพงษ่ นรินทร่สุขสันติค่ะ

ขอบคุณที่มา โพสจัง

Load More Related Articles
Load More By adminsk
Load More In ทั่วไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

ขอโทษคนไทยทุกคน ที่ภาษีของท่าน โดนฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ เอามาใช้จ่าย ในการช่วยชีวิตพี่ชายผม

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2563 เพจเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่าเชียร์ลุง ได้โพสต์ภาพพร้อมกับข้อความระบุ…