Home ธรรมะ กราบ สาธุ “พระพุทธชินราช” ต้นแบบพระที่สวยและมีจำลองมากที่สุด

กราบ สาธุ “พระพุทธชินราช” ต้นแบบพระที่สวยและมีจำลองมากที่สุด

3 second read
0
0
1,171

เป็นอีกหนึ่งบทความ หากกล่าวถึง พระพุท ธ ชินรา ช ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างในสมัยใด แต่พงศาวดารเหนือ ซึ่งเป็นเอกสารที่เล่าถึงตำนานเมืองเหนือเรื่องต่าง ๆ สมัยกรุงศรีอยุธย า ถูกเรียบเรียงขึ้นใหม่โดยพระวิเชียรปรีชา (น้อย) ในปี พ.ศ. 2350 ที่อ้างถึงกษัตริย์เชียงแสนพระนามพระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎกเป็นผู้สร้าง พร้อมกับการสร้างเมืองพิษณุโล ก และพระพุท ธ รูปอีก 2 องค์คือพระพุท ธ ชินสีห์และพระศรีศาสดา

พ.ศ. 2409 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีพระรา ช นิพนธ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติการสร้างพระพุท ธ ชินรา ช พระพุท ธ ชินสีห์ และพระศรีศาสดา ในชื่อ “ตำนานพระพุท ธ ชินรา ช พระพุท ธ ชินศรี และพระศรีศาสดา” ในหนังสือวชิรญาณวิเศษ โดยใช้พงศาวดารเหนือในการอ้างอิงจึงทำให้มีเนื้อหาหลักคล้ายคลึงกัน แต่เพิ่มเติมการสร้างพระเหลือเข้าไป และมีการระบุศักรา ช ในการสร้างพระพุท ธ รูปทั้ง 3 องค์ไว้ดังนี้ พระพุท ธ ชินสีห์และพระศรีศาสดาหล่อในปี พ.ศ. 1498 และพระพุท ธ ชินรา ช หล่อขึ้นในปี พ.ศ. 1500 (หย่อนอยู่ 7 วัน)

สมเด็จฯ กรมพระย าดำรงรา ช านุภาพ ทรงพระนิพนธ์ไว้ใน “เที่ยวตามทางรถไฟ” ความว่า
“มีเนื้อความในหนังสือพงศาวดารเหนือว่า พระเจ้าศรีธรรมไตรปิฏก ซึ่งทรงสร้างเมืองพิษณุโล ก นั้น ทรงดำริจะสร้างพระพุท ธ รูป 3 พระองค์…แล้วทรงเททองสัมฤทธิ์หล่อเมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 4 ขึ้น 15 ค่ำ ปีจอ (ประมาณว่าในปีจอ พ.ศ.1907) สำเร็จเรียบร้อยแต่ 2 พระองค์ คือพระพุท ธ ชินสีห์กับพระศาสดา แต่พระพุท ธ ชินรา ช ต้องหล่อหลายครั้งจึงสำเร็จ แล้วเอาเศษทองที่เหลือหล่อพระพุท ธ รูป 3 พระองค์นั้น หล่อเป็นพระพุท ธ รูปขนาดน้อยไว้อีกพระองค์ 1 จึงเรียกว่า “พระเหลือ”

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งเสด็จฯ เมืองพิษณุโล ก ได้มีพระรา ช หัตถเลขา บันทึกถึงองค์พระพุท ธ ชินรา ช ไว้ว่า
“…พระพุท ธ ชินรา ช พระพุท ธ ชินสีห์ พระศรีศาสดา 3 พระองค์นี้ เป็นพระพุท ธ ปฏิมากรดีล้ำเลิศ ประกอบด้วยพุท ธ ลักษณะอันประเสริฐ มีศิริอันเทพยดาหากอภิบาลรักษาย่อมเป็นที่สักการบูชานับถือมาแต่โบราณ แม้พระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธย าที่ได้มีพระเดชานุภาพมโหฬาร ปรากฏมาในแผ่นดินก็ทรงนับถือทำสักการบูชามาหลายพระองค์…จะหาพระพุท ธ รูปองค์ใดงามเสมอพระพุท ธ ชินรา ช นั้นไม่มีแล้ว…”

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ก็ทรงพระรา ช นิพนธ์ชื่นชมพระพุท ธ ชินรา ช ไว้ในหนังสือ “เที่ยวเมืองพระร่วง” ว่า
“ตั้งแต่ข้าพเจ้าได้เห็นพระพุท ธ มานักแล้ว ไม่เคยรู้สึกว่าดูปลื้มใจจำเริญตาเท่าพระพุท ธ ชินรา ช เลย ที่ตั้งอยู่นั้นก็เหมาะนักหนา ว่าวิหารเหมาะ พอเหมาะกับพระ มีที่ดูได้ถนัด และองค์พระก็ตั้งต่ำพอดูได้ตลอดองค์ ไม่ต้องเข้าไปดูจนจ่อเกินไป และไม่ต้องแหงนคอตั้งบ่าแลดูแต่พระนาสิกพระ ยิ่งพิศไปยิ่งรู้สึกยินดีว่า ไม่เชิญลงมาเสียจากที่นั่น ถ้าพระพุท ธ ชินรา ช ยังคงอยู่ที่พิษณุโล ก ตราบใด เมืองพิษณุโล ก จะเป็นเมืองที่ควรไปเที่ยวอยู่ตราบนั้น ถึงในเมืองพิษณุโล ก จะไม่มีชิ้นอะไรเหลืออีกเลย ขอให้มีแต่พระพุท ธ ชินรา ช เหลืออยู่แล้ว ยังคงจะอวดได้อยู่แล้ว ยังคงจะอวดได้อยู่เสมอว่ามีของควรคู่ควรชมอย่ างยิ่งอย่ างหนึ่งในเมืองเหนือหรือจะว่าในเมืองไทยทั้งหมดก็ได้…”

นอกจากนี้ยังมีการสันนิษฐานเกี่ยวกับประวัติการสร้างพระพุท ธ ชินรา ช ว่าน่าจะถูกสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธย าโดยพิชญา สุ่มจินดา ซึ่งได้กำหนดอายุเวลาของพระพุท ธ ชินรา ช ขึ้นใหม่จากพุท ธ ลักษณะขององค์พระพุท ธ รูปจากรูปแบบของเรือนแก้ว โดยเทียบเคียงกับลวดลายบนซุ้มเรือนแก้วที่วัดพระบรมธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมรา ช อายุเวลาของลวดลายดังกล่าวอาจกำหนดได้ในช่วงสมัยอยุธย าตอนปลาย และจากสถาปัตยกรรมของพระวิหาร ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหารา ช (พ.ศ. 2199-2232)

อย่ างไรก็ตามความเห็นที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด ณ ขณะนี้คือความเห็นในแนวทางเดียวกับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระย าดำรงรา ช านุภาพ ที่เชื่อว่าพระพุท ธ รูปทั้ง 3 องค์นี้ถูกสร้างขึ้นในราว พ.ศ. 1900 ในรัชสมัยของพระมหาธรรมรา ช าที่ 1 (ลิไทย)

การลงรักปิดทอง เดิมพระพุท ธ ชินรา ช เป็นพระพุท ธ รูปสำริดมิได้มีการลงรักปิดทองตั้งแต่แรกสร้าง ต่อมาในปี พ.ศ. 2146 สมเด็จพระเอกาทศรถได้เสด็จแปรพระรา ช ฐานมายังเมืองพิษณุโล ก และพระรา ช ดำเนินมานมัสการ พร้อมทั้งโปรดให้มีการนำเครื่องรา ช ูปโภคมาตีแผ่เป็นทองคำเปลวสำหรับปิดทองพระพุท ธ ชินรา ช ครั้งนั้นจึงถือเป็นการลงรักปิดทองครั้งแรก ต่อมายังมีการลงรักปิดทองอีก 2 ครั้งใน พ.ศ. 2444 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการถวายสังวาลย์เพชรเป็นพุท ธ บูชาพร้อมกับการหล่อพระพุท ธ ชินรา ช (จำลอง) เพื่อนำไปประดิษฐานเป็นพระประธาน ณ พระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามรา ช วรวิหาร กรุงเทพมหานคร และ พ.ศ. 2547 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

การสง ครา ม พระพุท ธ ชินรา ช เป็นพระพุท ธ รูปสำคัญที่ประดิษฐานอยู่ ณ วิหารด้านตะวันตกของหมู่พระวิหารและระเบียงคต ทำให้เมื่อมีการศึกสง ครา มโดยเฉพาะในศึกอะแซหวุ่นกี้ พ.ศ. 2318 เมื่ออะแซหวุ่นกี้และทัพพม่าสามารถตีเมืองพิษณุโล ก ได้ จึงเผาทำลายพระรา ช วังจันทน์กับพระวิหารประธานด้านตะวันออกที่ประดิษฐานพระอัฏฐารสเท่านั้น พระพุท ธ ชินรา ช และพระวิหารที่ประดิษฐานไม่ได้โดนเผาทำลายไปด้วย

การเคลื่อนย้ายที่ประดิษฐานและการจำลอง พ.ศ. 2442 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการสถาปนาวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามขึ้นเป็นพระอารามหลวงประจำพระรา ช วังดุสิต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระรา ช ประสงค์ที่จะอัญเชิญพระพุท ธ ชินรา ช ไปประดิษฐานเป็นพระประธาน ณ พระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ดังข้อความในพระรา ช ปรารภ “เห็นพระพุท ธ ลักษณะแห่งพระพุท ธ ชินรา ช ว่างาม หาพระพุท ธ รูปองค์ใดเปรียบมิได้ ครั้นเมื่อสร้างวัดเบญจมบพิตรขึ้น ได้พย าย ามหาพระพุท ธ รูปซึ่งจะเป็นพระประธาน ทั้งในกรุงแลหัวเมือง…ก็ไม่เป็นที่พอใจ จึงคิดเห็นว่าจะหาพระพุท ธ รูปองค์ใดให้สวยงามเสมอพระพุท ธ ชินรา ช นั้นไม่มีแล้ว…”

แต่ด้วยเหตุที่พระพุท ธ ชินรา ช ไม่เคยถูกอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ ที่แห่งใดเลย และทรงเกรงว่าเมื่อราษฎรชาวพิษณุโล ก ทราบข่าวการอัญเชิญพระพุท ธ ชินรา ช ไปประดิษฐานยังกรุงเทพมหานครจะพากันเศร้าโศกเหมือนเมื่อครั้งที่สมเด็จพระบวรรา ช เจ้ามหาศักดิพลเสพโปรดให้อัญเชิญพระพุท ธ ชินสีห์ลงไปประดิษฐานยังกรุงเทพมหานครในปี พ.ศ. 2372 และในเวลาไล่เลี่ยกันมีพระสงฆ์รูปหนึ่งได้อัญเชิญพระศรีศาสดาลงไปประดิษฐานยังกรุงเทพมหานครเช่นเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีพระรา ช ดำริที่จะหล่อพระพุท ธ ชินรา ช (จำลอง) ขึ้นแทน ดังความในพระรา ช ปรารภที่ว่า “ครั้นจะเชิญพระพุท ธ ชินรา ช ลงมาก็เห็นว่าเป็นหลักเป็นศิริของเมืองพิศณุโล ก …จึงได้ปรารภที่จะคิดหล่อขึ้นใหม่ให้เหมือนพระพุท ธ ชินรา ช …” ในปี พ.ศ. 2444 จึงได้มีการหล่อพระพุท ธ ชินรา ช (จำลอง) ณ บริเวณเดิม (โพธิ์ 3 เส้า) ที่มีการหล่อพระพุท ธ ชินรา ช พระพุท ธ ชินสีห์ และพระศรีศาสดา และอัญเชิญพระพุท ธ ชินรา ช (จำลอง) ลงแพแล้วล่องลงมายังกรุงเทพมหานครต่อไป

ขอบคุณที่มา kidnan.com

เรียบเรียง showbizinfoo.com

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ธรรมะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

10 ข้อดี ของการนอนก่อน 4 ทุ่ม คุณจะได้รับประโยชน์เพียบ

อดหลับอดนอน นอนดึก ทำ ร้ า ย สุขภาพสุด ๆ แต่ถ้าเปลี่ยนมานอนให้เร็วขึ้น คุณจะได้รับประโยชน์…