Home ข่าวโซเชียล คุณหมอทวีศิลป์ แจงให้สิ้นสงสัย ทำไมยอดคนไทยติดเ ชื้ อต่ำ

คุณหมอทวีศิลป์ แจงให้สิ้นสงสัย ทำไมยอดคนไทยติดเ ชื้ อต่ำ

3 second read
0
0
1,421

จากสถานการณ์โรคปอดอักเสบชนิดรุนแรงที่เกิดจาก โ ว รั ส โคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โ ว รั ส โ ค วิ ด -19 ที่ชาวไทยกำลังต่อสู้อย่างสุดกำลัง ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 13 เมษายน 2563 เวลา 15.25 น. เปิดเผยว่า มีผู้ป่วยสะสมทั่วโลกอยู่ที่ 1,857,115 ราย มีผู้เสียชีวิต 114,332 คน ในจำนวนนี้มีผู้รักษาหายแล้ว 428,333 ราย

โดยสหรัฐอเมริกายังคงครองอันดับหนึ่งของโลกที่มียอดผู้ป่วยสะสมพุ่งไปถึง 560,433 ราย รองลงมาคือสเปนที่มียอดผู้ป่วยสะสมที่ 166,831 รายอันดับสามเป็นอิตาลีอยู่ที่ 156,363 ราย อันดับสี่เป็นฝรั่งเศสที่ 132,591 ราย อันดับที่ห้าตกเป็นของเยอรมันที่ 127,854 ราย อันดับที่หกเป็นสหราชอาณาจักรที่ 84,279 ราย อันดับเจ็ดเป็นจีนมีผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 82,160 ราย อันดับที่แปดเป็นอิหร่านที่ตัวเลข 71,686 ราย อันดับที่เก้าเป็นตุรกีที่ 56,956 ราย และอันดับสิบเป็นเบลเยียมที่ 29,647 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 13 เมษายน 2563 เวลา 15.25 น.)

ทั้งนี้สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ทั่วโลต้องรับมืออย่างหนัก ซึ่งประเทศไทย ศูนย์บริหารสถานการณ์ โ ค วิ ด 19 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข และ โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติด เ ชื้ อ โ ว รั ส โคโรนา 2019 ( โ ค วิ ด -19) หรือ ศบค. ได้อัพเดตผู้ป่วยประจำวันที่ 13 เมษายน 2563 เวลา 12.30 น. ว่า พบผู้ติด เ ชื้ อ รายใหม่เพิ่ม 28 ราย รวมผู้ป่วยสะสม 2,579 ราย กลับบ้านได้แล้ว 1,288 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 2 รายรวมเป็น 40 ราย ใน 68 จังหวัด

นอกจากนี้ นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ยังได้กล่าวถึงกรณีดังกล่าว โดยยกตัวอย่างในการตรวจแบบเชิงรุก หรือ Mass Screening โ ว รั ส โคโรนา ที่ จ.ภูเก็ต ว่า การตรวจต้องตรวจในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง เช่น รพ.สต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ตรวจไปแค่ 103 คน แต่พบ เ ชื้ อ ถึง 5 คน คิดเป็นร้อยละ 4.85 ไม่จำเป็นต้องไปตรวจคนหมู่มากที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยง

ทั้งนี้ นายแพทย์ทวีศิลป์ ยังได้เผยบทเรียนที่ได้จากการดำเนินงานควบคุมป้องกันโรค ที่ จ.ภูเก็ต 4 ข้อ ดังนี้

1. การติดตามผู้สัมผัสโรค ต้องติดตามให้ครบถ้วนในกลุ่มผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงสูง โดยอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ตำรวจ ในกรณีที่ผู้ป่วยปกปิดประวัติ

2. กลุ่มผู้สัมผัสที่เสี่ยงสูง ต้องกักกัน 100 เปอร์เซ็นต์ และควรกักตัวในพื้นที่ที่จังหวัดจัดให้ เพราะการกักกันตัวที่บ้านนั้น ไม่ได้ช่วยอะไรแล้ว เพราะผู้กักกันตัวอาจจะไม่เคร่งครัด

3. การค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก ทำในกรณีที่ระบาดเป็นวงกว้าง ๆ พูดได้ว่า ถ้าหว่านแหไปตรวจทั้งหมด เช่น ภูเก็ตมีคน 4 แสนคน ก็ตรวจมันทั้ง 4 แสนคน แบบนี้ไม่คุ้ม สู้หากลุ่มก้อนที่มีเฉพาะเจาะจง มีคนหนึ่งคนป่วย แล้วขีดวงแบบนี้จะคุ้มกว่า

4. การคัดกรองในวงกว้าง ยังไม่คุ้มค่า ในกรณีที่อุบัติการณ์ของโรคยังไม่สูง

“คำถามที่ผมถูกถามบ่อย ๆ ประเทศไทยตรวจน้อยมั้ง ผลมันเลยต่ำ กรณีของภูเก็ตบอกได้เลยครับ เราตรวจน้อย เราประหยัด ตรวจในกลุ่มที่มีความเสี่ยงเฉพาะเจาะจง เราประหยัดได้และเจอได้เยอะ” นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวและว่า กรณีนี้เคสหนึ่งประมาณ 1,000 บาท ฉะนั้นตัวอย่างของภูเก็ตตอบได้หลายคำถามทีเดียว

ขอบคุณที่มา tnews

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ข่าวโซเชียล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

อย่าพึ่งทิ้ง ตู้เย็นเก่า ทำโรงเพาะเห็ด ทุนน้อย

สำหรับใครที่กำลังสนใจในเรื่องการเพาะ เ ห็ ด เองที่บ้ านไม่ว่าจะเพาะไว้เพื่อเก็บไว้ ท า น เ…