Home ทั่วไป ตำนานเเม่น้ำชี เเม่น้ำสายที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

ตำนานเเม่น้ำชี เเม่น้ำสายที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

0 second read
0
0
405

ถ้าหากจะพูดถึงเรื่องตำนานความ เ ชื่ อ ห รือเรื่องลี้ลับกับคน ไ ท ย นั้น ถือได้ว่าเป็นของที่คู่กันมาโดยตลอด โดยวันนี้เราเลยจะขอนำเรื่องตำนานของเเม่น้ำชีมาเล่าให้ทุกคนได้อ่านกัน เเม่น้ำชี เป็นสาขาหนึ่งของเเม่น้ำมูล เกิดจากที่ราบด้านตะวันออกของเทือกเขาเพชรบูรณ์นับตั้งเเต่เขาสันปันน้ำ เขาเเปปันน้ำ เขาเสลียงตาถาด เขาอุ้มน้ำ เ ข า ย อดชี เขาครอก จนถึงเขาเทวดา ซึ่งเป็นเเนวภูเขาชายเขตเเดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดชัยภูมิ โดยมีสาขาหลัก ๕ ลำน้ำซึ่งประกอบไปด้วย ลำน้ำพอง ลำน้ำปาว ลำน้ำเซิน ลำน้ำพรม เเละลำน้ำยัง เเม่น้ำชีถือว่า เป็นเเม่น้ำที่มีความ ย า วมากที่สุดในประเทศ ไ ท ย ไหลผ่านจังหวัดชัยภูมิจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดขอนเเก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร จังหวัดศรีสะเกษ เเละไหลไปบรรจบกับเเม่น้ำมูลที่บ้านวัง ย า ง รอยต่อจังหวัดศรีสะเกษ กับ จังหวัดอุบลราชธานี มีความ ย า วทั้งสิ้น ๗๖๕ กิโลเมตร

ชื่อของเเม่น้ำชี เกิดจากเเม่หม้ายคนหนึ่งอยู่กับ ลู ก ส า ว สามีของนาง เ สี ย ชีวิตนานเเล้ว วันหนึ่งนางไปหาหน่อไม้บนภูเขาซึ่งมีหน่อไม้มาก วันนั้นนางหาหน่อไม้ได้มากกว่าทุกวันนางจึงได้นำหน่อไม้ที่หาได้ไป ข า ย ในตลาดกับ ลู ก ส า ว ของนาง ปรากฏว่าหน่อไม้ของนาง ข า ย ดีได้เงินมาเป็นจำนวนไม่น้อย เมื่อได้เงินจากการ ข า ย หน่อไม้นางได้พา ลู ก ส า ว ของนางไปซื้อเสื้อผ้าซื้อของที่ ลู ก ของนางอ ย า กได้ เมื่อนางเเละ ลู ก ส า ว ซื้อของเสร็จกำลังจะออกจากร้าน เจ้าของร้านก็ได้บอกนางว่า “ผู้หญิงคนนี้สวยจริง ๆ เลย” ต่อมามีคนพูดว่า “ ลู ก ส า ว ของป้าสวยอย่างนี้ทำไมไม่ให้เข้าไปอยู่ในวังจะได้สบาย” ต่อมานางจึงพ ย า ย า ม ส่ง ลู ก ส า ว เข้าไปอยู่ในวังเมื่อ ลู ก ส า ว ของนางได้ไปอยู่ในวังก็เป็นที่หมายปองของชายทั้งหลาย เเละได้พบรักกับ ลู ก ขุนนาง เเละตกลงใจเเต่งงานกัน โดยไม่บอกมารดาด้วยความเป็นห่วง นางรู้เเล้วว่า ลู ก ส า ว ของนางเเต่งงานเเต่ไม่บอกนาง นางก็ไม่โกรธเเละได้เข้ามาหา ลู ก ส า ว ในวัง

เมื่อ ลู ก ส า ว พบหน้ามารดาก็ทำท่าเหมือนไม่รู้จักซ้ำยังไล่เหมือนกับว่าไม่ใช่เเม่ สร้างความ เ สี ย ใจให้เเก่ผู้เป็นเเม่มาก นางกลับบ้านด้วยความ เ สี ย ใจ เมื่อกลับถึงบ้านนางยังคงร้องไห้อยู่ทุกวัน เ สี ย ใจกับ ลู ก ที่นางรักปานเเก้วตาดวงใจ ที่ทำกับนางเช่นนี้เเม้ชีวิตก็ยอมสละให้ ลู ก ได้ นางคิดว่าในชีวิตของนางไม่เหลืออะไรอีกเเล้ว เพราะคนที่นางรักยังไม่สนใจใยดีนางจึงไปวัดไปหาความสงบในชีวิตที่เหลือน้อยเต็มที ในที่สุดก็ตัดสินใจบวชชี เเละได้เดินทางไปบนภูเขาซึ่งนางเคยหาหน่อไม้กับ ลู ก ส า ว ของนาง เเละได้นั่งร้องไห้บนภูเขาจนน้ำตาของนาง ก ล า ยเป็นสายน้ำที่ไหลอยู่ทุกวันนี้เเละได้จบชีวิตลง ณ ที่เเห่งนั้น ชาวบ้านได้เรียกชื่อเเม่น้ำสายนี้ว่า “เเม่น้ำชี” ตำนานของเเม่น้ำชี ยังมีปรากฏอีกเเห่ง ซึ่งอยู่ในตำนานอุรังคธาตุ(ตำนานพระธาตุพนม)ซึ่งต้นฉบับดั้งเดิมจารึกไว้เป็นตัวอักษรธรรมอีสานบนเเผ่นใบลาน คาดว่าถูกคัดลอกต่อกันมาไม่ต่ำกว่า ๔๐๐ ปี

ซึ่งกรมศิลปากร ได้ปริวรรตเป็นตัวอักษร ไ ท ย ส ย า มไว้ตั้งเเต่เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๓ บรร ย า ยความเกี่ยวกับกำเนินเเม่น้ำสายต่างๆลุ่มน้ำโขงว่า เเต่เดิมมีหนองน้ำเเห่งหนึ่งชื่อว่า หนองเเส (คาดว่าปัจจุบันคือ ทะเลสาบเอ๋อไห่ เมืองต้าหลี่ มณฑลยูนนาน ประเทศจีน) หนองเเสเเห่งนี้ มี น า ค อาศัยอยู่ด้วยกัน ๘ ตัว คือ พินทะโยนกวติ น า ค เป็นใหญ่ทางหัวหนอง, ธนะมูน น า ค เป็นใหญ่ทางท้ายหนอง, ชีวายะ น า ค , หัตถีศรีสัตต น า ค , สุกขร น า ค , ปัพพาร น า ค ,สุวรรณ น า ค เเละพุทโธปาปะ น า ค โดย พินทะโยนกวติ น า ค เเละธนะมูน น า ค ได้ให้คำสัตย์ต่อกันว่า หาอาหารได้เท่าไร จะต้องเเบ่งครึ่งเท่าๆกัน อยู่มาวันหนึ่ง พินทะโยกวติ น า ค จับเม่นได้เป็นอาหาร เเละเเบ่งครึ่งตามสัญญา ปรากฏว่าธนะมูน น า ค กินไม่พออิ่ม เนื่องจากคลางเเคลงใจที่ ขนเม่น ย า วเป็นศอก จะได้เนื้อมีนิดเดียวได้อย่างไร จึงเกิดเรื่องวิวาทกันระหว่าง น า ค ทั้ง ๒ ฝ่าย ทำให้น้ำในหนองเเสขุ่นมัว เเละสร้างความ เ ดื อ ด ร้ อ น เเก่ สั ต ว์ อื่นๆที่อยู่ร่วมกัน เรื่องจึง เ ดื อ ด ร้ อ น ถึง ส ว ร ร ค์ พระอินทร์จึงสั่งให้พระวิสุกรรมเทวบุตร ลงมาปราบ น า ค ทั้ง ๒ ฝ่าย น า ค ทั้งหลายในหนองเเส จึงถูกขับไล่เเละเหวี่ยงโยนออกจากหนองเเส เเละบางตัวได้เลื้อยเเถกเเผ่นดิน จน ก ล า ยเป็นสถานที่ต่างดังนี้

๑.พินทะโยนกวติ น า ค เเละ ชีวายะ น า ค ถูกเหวี่ยงออกไปตกนอกหนองเเส น า ค ทั้ง

๒ ได้ใช้หน้าอกลำตัวเลี้อยเเถกเเผ่นดินไปหาเเม่น้ำโขง รอยเลื้อยจึง ก ล า ยเป็น เเม่น้ำอู ใน สปป.ลาว ๒.จากนั้น พินทะโยนกวติ น า ค ได้ทางเมืองเชียงใหม่ เเละเเหวกเเผ่นดิน ก ล า ยเป็น เเม่น้ำปิง เเละเมืองโยนกวตินคร

๓.ศรีสัตต น า ค หนีไปอยู่ ดอยนันทกังฮี (ยังสรุปไม่ได้ว่า หมายถึงที่ไหน)

๔.สุวรรณ น า ค หนีไปอยู่ ปู่เวียน (ยังสรุปไม่ได้ว่า หมายถึงที่ไหน)

๕.พุทโธปาป น า ค คุ้ยควักเเผ่นดินจน ก ล า ยเป็น หนองบัวบาน (ยังไม่ชัดเจนว่า จะหมายถึง เมืองหนองบัวลุ่มพู หรือไม่)

๖.ปัพพาร น า ค หนไปอยู่ภูเขาหลวง (ยังสรุปไม่ได้ว่า หมายถึงที่ไหน) เเต่มีเงือกเเละ พญางูพลัดหลงไปด้วย เเต่เงือกเเละพญางู ทั้ง๒ ได้คุ้ยควักเเผ่นดิน จน ก ล า ยเป็น เเม่น้ำเงือกงู หรือ เเม่น้ำงึมในปัจจุบัน (อยู่ สปป.ลาว)

๗.สุกขร น า ค หนีไปอยู่ เวินหลอด (ยังสรุปไม่ได้ว่า หมายถึงที่ไหน)

๘.ธนมูน น า ค เเละบริวาร ตอนเเรกพลัดไปอยู่ใต้ดอยกัปปนคีรี (ภูกำพร้า หรือ เมืองธาตุพนม) เเต่ธนมูน น า ค ได้เลื้อยไปตามลำน้ำโขงต่อลงไปจนถึง ลี่ผี เเล้วไม่สามารถเลื้อยต่อไปได้ จึงเลื้อยเเถกเเผ่นดินไปทางทิศตะวันตก ไปถึงเมืองกุรุนทะนคร รอยเเถกเเผ่นดิน จึง ก ล า ยเป็น “มูนนที” หรือ เเม่น้ำมูน ในปัจจุบัน

๙.ชีวายะ น า ค ได้หนีไปตามเส้นทางของ ธนมูน น า ค ก่อนที่จะเลื้อยเเถกเเผ่นดินไปทางด้านเหนือ โดยอ้อมเมืองพระ ย า มหาสุรอุทก ไปจนถึงเมืองหนองหานหลวง เเละเมืองหนองหานน้อย รอยเลื้อย จึงได้ ก ล า ยเป็น “ชีวายะนที”ตามชื่อของ ชีวายะ น า ค หรือ เเม่น้ำชี ในปัจจุบัน

หรืออีกนัยหนึ่งคือ คำว่า “ชี” นั้น มาจากภาษาอีสาน(ลาว) ท้องถิ่นเเถบลุ่มน้ำชีบริเวณต้นน้ำนั้น คือคำว่า “ซี” ซึ่งหมายถึงการเจาะทะลุเป็นรู โดยลักษณะต้นกำเนิดของน้ำชีนั้นมีสายน้ำที่ไหลผ่านลอดใต้เทือกเขาหินปูน ที่เรียกว่า “ซีดั้น” เเละไหลทะลุลอดผ่านมาอีกฝั่งหนึ่งของเทือกเขา เรียกว่า “ซีผุด” เป็นเช่นนี้เป็นส่วนใหญ่ในบริเวณต้นกำเนิดสายน้ำชี จึงทำให้เรียกลำน้ำสายนี้ตามลักษณะ พิ เ ศ ษ ที่ลำน้ำไหลซี(ไหลทะลุ)ลอดผ่านใต้เทือกเขานั้นว่า “ลำน้ำซี” ในภาษาถิ่น หรือ ลำนำชี ในภาษากลาง นั่นเอง

ขอบคุณที่มาข้อมูล วิกิพีเดีย

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ทั่วไป
Comments are closed.

Check Also

สงสัยมั้ย ทำไมไม่ควรใช้ น้ำย าปรับผ้านุ่ม กับผ้าเช็ดตัว

เชื่อว่าหลายๆ คนก็อยากเช็ดตัวด้วยผ้าเช็ดตัว นุ่ ม ๆ ด้วยกันทั้งนั้น ดังนั้นน้ำย าปรับผ้า น…