Home ทั่วไป ตำนานแม่น้ำชี แม่น้ำสายที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

ตำนานแม่น้ำชี แม่น้ำสายที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

0 second read
0
0
509

ถ้าหากจะพูดถึงเรื่องตำนานความ เ ชื่ อ ห รือเรื่องลี้ลับกับคน ไ ท ย นั้น ถือได้ว่าเป็นของที่คู่กันมาโดยตลอด โดยวันนี้เราเลยจะขอนำเรื่องตำนานของแม่น้ำชีมาเล่าให้ทุกคนได้อ่านกัน แม่น้ำชี เป็นสาขาหนึ่งของแม่น้ำมูล เกิดจากที่ราบด้านตะวันออกของเทือกเขาเพชรบูรณ์นับตั้งแต่เขาสันปันน้ำ เขาแปปันน้ำ เขาเสลียงตาถาด เขาอุ้มน้ำ เ ข า ย อดชี เขาครอก จนถึงเขาเทวดา ซึ่งเป็นแนวภูเขาชายเขตแดนด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดชัยภูมิ โดยมีสาขาหลัก ๕ ลำน้ำซึ่งประกอบไปด้วย ลำน้ำพอง ลำน้ำปาว ลำน้ำเซิน ลำน้ำพรม และลำน้ำยัง แม่น้ำชีถือว่า เป็นแม่น้ำที่มีความ ย า วมากที่สุดในประเทศ ไ ท ย ไหลผ่านจังหวัดชัยภูมิจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร จังหวัดศรีสะเกษ และไหลไปบรรจบกับแม่น้ำมูลที่บ้านวัง ย า ง รอยต่อจังหวัดศรีสะเกษ กับ จังหวัดอุบลราชธานี มีความ ย า วทั้งสิ้น ๗๖๕ กิโลเมตร

ชื่อของแม่น้ำชี เกิดจากแม่หม้ายคนหนึ่งอยู่กับลูกสาว สามีของนาง เ สี ย ชีวิตนานแล้ว วันหนึ่งนางไปหาหน่อไม้บนภูเขาซึ่งมีหน่อไม้มาก วันนั้นนางหาหน่อไม้ได้มากกว่าทุกวันนางจึงได้นำหน่อไม้ที่หาได้ไป ข า ย ในตลาดกับลูกสาวของนาง ปรากฏว่าหน่อไม้ของนาง ข า ย ดีได้เงินมาเป็นจำนวนไม่น้อย เมื่อได้เงินจากการ ข า ย หน่อไม้นางได้พาลูกสาวของนางไปซื้อเสื้อผ้าซื้อของที่ลูกของนางอ ย า กได้ เมื่อนางและลูกสาวซื้อของเสร็จกำลังจะออกจากร้าน เจ้าของร้านก็ได้บอกนางว่า “ผู้หญิงคนนี้สวยจริง ๆ เลย” ต่อมามีคนพูดว่า “ลูกสาวของป้าสวยอย่างนี้ทำไมไม่ให้เข้าไปอยู่ในวังจะได้สบาย” ต่อมานางจึงพ ย า ย า ม ส่งลูกสาวเข้าไปอยู่ในวังเมื่อลูกสาวของนางได้ไปอยู่ในวังก็เป็นที่หมายปองของชายทั้งหลาย และได้พบรักกับลูกขุนนาง และตกลงใจแต่งงานกัน โดยไม่บอกมารดาด้วยความเป็นห่วง นางรู้แล้วว่าลูกสาวของนางแต่งงานแต่ไม่บอกนาง นางก็ไม่โกรธและได้เข้ามาหาลูกสาวในวัง

เมื่อลูกสาวพบหน้ามารดาก็ทำท่าเหมือนไม่รู้จักซ้ำยังไล่เหมือนกับว่าไม่ใช่แม่ สร้างความ เ สี ย ใจให้แก่ผู้เป็นแม่มาก นางกลับบ้านด้วยความ เ สี ย ใจ เมื่อกลับถึงบ้านนางยังคงร้องไห้อยู่ทุกวัน เ สี ย ใจกับลูกที่นางรักปานแก้วตาดวงใจ ที่ทำกับนางเช่นนี้แม้ชีวิตก็ยอมสละให้ลูกได้ นางคิดว่าในชีวิตของนางไม่เหลืออะไรอีกแล้ว เพราะคนที่นางรักยังไม่สนใจใยดีนางจึงไปวัดไปหาความสงบในชีวิตที่เหลือน้อยเต็มที ในที่สุดก็ตัดสินใจบวชชี และได้เดินทางไปบนภูเขาซึ่งนางเคยหาหน่อไม้กับลูกสาวของนาง และได้นั่งร้องไห้บนภูเขาจนน้ำตาของนาง ก ล า ยเป็นสายน้ำที่ไหลอยู่ทุกวันนี้และได้จบชีวิตลง ณ ที่แห่งนั้น ชาวบ้านได้เรียกชื่อแม่น้ำสายนี้ว่า “แม่น้ำชี” ตำนานของแม่น้ำชี ยังมีปรากฏอีกแห่ง ซึ่งอยู่ในตำนานอุรังคธาตุ(ตำนานพระธาตุพนม)ซึ่งต้นฉบับดั้งเดิมจารึกไว้เป็นตัวอักษรธรรมอีสานบนแผ่นใบลาน คาดว่าถูกคัดลอกต่อกันมาไม่ต่ำกว่า ๔๐๐ ปี

ซึ่งกรมศิลปากร ได้ปริวรรตเป็นตัวอักษร ไ ท ย ส ย า มไว้ตั้งแต่เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๓ บรร ย า ยความเกี่ยวกับกำเนินแม่น้ำสายต่างๆลุ่มน้ำโขงว่า แต่เดิมมีหนองน้ำแห่งหนึ่งชื่อว่า หนองแส (คาดว่าปัจจุบันคือ ทะเลสาบเอ๋อไห่ เมืองต้าหลี่ มณฑลยูนนาน ประเทศจีน) หนองแสแห่งนี้ มี น า ค อาศัยอยู่ด้วยกัน ๘ ตัว คือ พินทะโยนกวติ น า ค เป็นใหญ่ทางหัวหนอง, ธนะมูน น า ค เป็นใหญ่ทางท้ายหนอง, ชีวายะ น า ค , หัตถีศรีสัตต น า ค , สุกขร น า ค , ปัพพาร น า ค ,สุวรรณ น า ค และพุทโธปาปะ น า ค โดย พินทะโยนกวติ น า ค และธนะมูน น า ค ได้ให้คำสัตย์ต่อกันว่า หาอาหารได้เท่าไร จะต้องแบ่งครึ่งเท่าๆกัน อยู่มาวันหนึ่ง พินทะโยกวติ น า ค จับเม่นได้เป็นอาหาร และแบ่งครึ่งตามสัญญา ปรากฏว่าธนะมูน น า ค กินไม่พออิ่ม เนื่องจากคลางแคลงใจที่ ขนเม่น ย า วเป็นศอก จะได้เนื้อมีนิดเดียวได้อย่างไร จึงเกิดเรื่องวิวาทกันระหว่าง น า ค ทั้ง ๒ ฝ่าย ทำให้น้ำในหนองแสขุ่นมัว และสร้างความ เ ดื อ ด ร้ อ น แก่ สั ต ว์ อื่นๆที่อยู่ร่วมกัน เรื่องจึง เ ดื อ ด ร้ อ น ถึง ส ว ร ร ค์ พระอินทร์จึงสั่งให้พระวิสุกรรมเทวบุตร ลงมาปราบ น า ค ทั้ง ๒ ฝ่าย น า ค ทั้งหลายในหนองแส จึงถูกขับไล่และเหวี่ยงโยนออกจากหนองแส และบางตัวได้เลื้อยแถกแผ่นดิน จน ก ล า ยเป็นสถานที่ต่างดังนี้

๑.พินทะโยนกวติ น า ค และ ชีวายะ น า ค ถูกเหวี่ยงออกไปตกนอกหนองแส น า ค ทั้ง

๒ ได้ใช้หน้าอกลำตัวเลี้อยแถกแผ่นดินไปหาแม่น้ำโขง รอยเลื้อยจึง ก ล า ยเป็น แม่น้ำอู ใน สปป.ลาว ๒.จากนั้น พินทะโยนกวติ น า ค ได้ทางเมืองเชียงใหม่ และแหวกแผ่นดิน ก ล า ยเป็น แม่น้ำปิง และเมืองโยนกวตินคร

๓.ศรีสัตต น า ค หนีไปอยู่ ดอยนันทกังฮี (ยังสรุปไม่ได้ว่า หมายถึงที่ไหน)

๔.สุวรรณ น า ค หนีไปอยู่ ปู่เวียน (ยังสรุปไม่ได้ว่า หมายถึงที่ไหน)

๕.พุทโธปาป น า ค คุ้ยควักแผ่นดินจน ก ล า ยเป็น หนองบัวบาน (ยังไม่ชัดเจนว่า จะหมายถึง เมืองหนองบัวลุ่มพู หรือไม่)

๖.ปัพพาร น า ค หนไปอยู่ภูเขาหลวง (ยังสรุปไม่ได้ว่า หมายถึงที่ไหน) แต่มีเงือกและ พญางูพลัดหลงไปด้วย แต่เงือกและพญางู ทั้ง๒ ได้คุ้ยควักแผ่นดิน จน ก ล า ยเป็น แม่น้ำเงือกงู หรือ แม่น้ำงึมในปัจจุบัน (อยู่ สปป.ลาว)

๗.สุกขร น า ค หนีไปอยู่ เวินหลอด (ยังสรุปไม่ได้ว่า หมายถึงที่ไหน)

๘.ธนมูน น า ค และบริวาร ตอนแรกพลัดไปอยู่ใต้ดอยกัปปนคีรี (ภูกำพร้า หรือ เมืองธาตุพนม) แต่ธนมูน น า ค ได้เลื้อยไปตามลำน้ำโขงต่อลงไปจนถึง ลี่ผี แล้วไม่สามารถเลื้อยต่อไปได้ จึงเลื้อยแถกแผ่นดินไปทางทิศตะวันตก ไปถึงเมืองกุรุนทะนคร รอยแถกแผ่นดิน จึง ก ล า ยเป็น “มูนนที” หรือ แม่น้ำมูน ในปัจจุบัน

๙.ชีวายะ น า ค ได้หนีไปตามเส้นทางของ ธนมูน น า ค ก่อนที่จะเลื้อยแถกแผ่นดินไปทางด้านเหนือ โดยอ้อมเมืองพระ ย า มหาสุรอุทก ไปจนถึงเมืองหนองหานหลวง และเมืองหนองหานน้อย รอยเลื้อย จึงได้ ก ล า ยเป็น “ชีวายะนที”ตามชื่อของ ชีวายะ น า ค หรือ แม่น้ำชี ในปัจจุบัน

หรืออีกนัยหนึ่งคือ คำว่า “ชี” นั้น มาจากภาษาอีสาน(ลาว) ท้องถิ่นแถบลุ่มน้ำชีบริเวณต้นน้ำนั้น คือคำว่า “ซี” ซึ่งหมายถึงการเจาะทะลุเป็นรู โดยลักษณะต้นกำเนิดของน้ำชีนั้นมีสายน้ำที่ไหลผ่านลอดใต้เทือกเขาหินปูน ที่เรียกว่า “ซีดั้น” และไหลทะลุลอดผ่านมาอีกฝั่งหนึ่งของเทือกเขา เรียกว่า “ซีผุด” เป็นเช่นนี้เป็นส่วนใหญ่ในบริเวณต้นกำเนิดสายน้ำชี จึงทำให้เรียกลำน้ำสายนี้ตามลักษณะ พิ เ ศ ษ ที่ลำน้ำไหลซี(ไหลทะลุ)ลอดผ่านใต้เทือกเขานั้นว่า “ลำน้ำซี” ในภาษาถิ่น หรือ ลำนำชี ในภาษากลาง นั่นเอง

ขอบคุณที่มาข้อมูล วิกิพีเดีย

Load More Related Articles
Load More By adminsk
Load More In ทั่วไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

เผยท่าบริหาร ช่ ว ย ลดпารเวียนหัว บ้านหมุน ใครเป็นบ่อยๆ ควรรู้ไว้

เป็นอีกหนึ่งบทความ สำหรับใครที่มีວาпารบ้าน ห มุ น เวีຍน หั ว ลองทำท่าบริการแบบง่ายๆเป็น วิ…