Home ความเชื่อ ตำuานโบราณ “ปู่โสมเฝ้าทรัwย์” กับอาถຣพ์สมบัติโบราณที่ฝังไว้เพื่อแก้ດวงเมือง

ตำuานโบราณ “ปู่โสมเฝ้าทรัwย์” กับอาถຣพ์สมบัติโบราณที่ฝังไว้เพื่อแก้ດวงเมือง

2 second read
0
0
616

เรื่องนี้มีหลักฐานและถูกเล่าขานกันนานแล้ว เป็นเรื่องจริงจากคำบอกเล่าของพระธุดงค์หลายรูป ที่เล่าตรงกันเกี่ยวกับขุมทรัพย์โบຣาณมูลค่ามหาศาลภายใน “วัดป่าแก้ว” หรือ วัดใหญ่ชัยมงคล จ.พระนครศรี อ ยุ ธ ย า วัดนี้ตามประวัติกล่าวไว้ว่า

เดิมเป็นวัดราษฎร์เรียกกันว่าวัดป่า ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับวัดสำคัญประจำนครอโยธย าเดิมคือวัดพนัญเชิง วัดมเหยงค์ วัดกุฎีดาว และวัดอโยธย า ครั้งถึงแผ่นดินสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (พระเจ้าอู่ทอง) ได้ทรงให้ขุด ศ.w เจ้าแก้วเจ้งไท เชื้อพระวงศ์ที่เป็น อ หิ ว า ต ก โ ร ค ต.า.ย ขึ้นพระ ร า ช ทานเพลิงที่วัดนี้แล้วทรงซ่อมแซมบูรณะเจดีย์วิหาร ก่อนจะทรงสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง พระ ร า ช ทานนามว่า “วัดเจ้าพญาไท” ให้เป็นที่พำนักของพระพนรัต ซึ่งเป็นพระสังฆ ร า ช ฝ่ายอรัญวาสี และด้วยอาณาเขตของวัดที่กว้างใหญ่ ชาวบ้านจึงนิยมเรียกชื่อ “วัดใหญ่” ตั้งแต่นั้นมา

จนล่วงมาถึงปี พ.ศ. ๑๙๙๑ – ๒๐๓๑ ในแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พระสงฆ์ ไ ท ย คณะหนึ่งนำกันออกไปอุปสมบทแปลงเป็นสิงหนีนิกาย และศึกษาพระพุทธศาสนา ณ สำนักพระพนรัต มหาเถระในลังกาทวีป สำเร็จแล้วกลับมาตั้ง “คณะป่าแก้ว” ที่ “วัดเจ้าพญาไท” จึงนิยมเรียกชื่อกันว่า “วัดเจ้าพญาไทคณะป่าแก้ว” ภายหลังเรียกเหลือสั้นลงแค่ “วัดป่าแก้ว” และเปลี่ยนเป็น “วัดใหญ่ชัยมงคล” ในปัจจุบัน วัดโบຣาณเก่าแก่ในเขต จ.พระนครศรี อ ยุ ธ ย า หลาย ๆ วัดเป็นที่รู้จักดีในหมู่เซียนพระ และนักเล่นของเก่าแก่ว่าจะต้องมีสมบัติมีค่ามหาศาลฝังไว้ใต้ดิน และแน่นอนว่าแต่ละที่จะต้องมี “ภูต” ที่เรียกว่า “ปู่โสม” เฝ้าอยู่ คนที่เชื่อและขย าดในอิทธิฤทธิ์มักไม่กล้าเข้าไปยุ่ง แต่กับกลุ่มคนที่ชอบลักลอบเข้าไปขุด พวกนี้จะมองเห็นเป็นเรื่องธรรมดา เพราะกิเลสและความละโมบที่มีอยู่ ทำให้ตามืดบอด มองไม่เห็นหายนะและความ ต.า.ย จากคำ ส า ป แช่ง ที่กำลังจะมาถึงวัดป่าแก้วหรือวัดใหญ่ชัยมงคล ในอดีตมักจะมีพระธุดงค์แวะเวียนมาปักกลดแสวงหาความวิเวกอยู่เป็นประจำ สมัยนี้เล่ากันว่าบริเวณวัดมีแต่ต้นไม้ขึ้นหนาแน่นและเต็มไปด้วยสัตว์ร้าย เช่น งูเหลือม งูจงอาง เป็นสถานที่อันตราย เปลี่ยว และยังลือกันว่า “ผีดุ” จนชาวบ้านได้กล้าย่ างกรายเข้าไป แต่ก็ยังมีพระภิกษุรูปหนึ่ง ใช้สถานที่นี้เป็นที่ปักกลดท่านคือ “หลวงปู่สีโห” พระป่า ก ร ร ม ฐาน ซึ่งเป็นศิษย์ใกล้ชิด หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระปรมาจารย์ ก ร ร ม ฐานแห่งภาคอีสาน

“หลวงปู่สีโห” ท่านเป็นศิษย์หลวงปู่มั่นรุ่นเดียวกัน หลวงปู่ฝั้น อาจาโร หลวงปู่ขาว อนาลโย และหลวงปู่แหวน สุจิณโณ ท่านเป็นพระที่เคร่งในพระธรรมวินัย แต่ไม่ชอบอยู่วัดเพราะ ท่านรักที่จะอยู่ตามป่า ท่านเป็นพระที่มีชื่อเสียงในทาง “วิปัสสนา ก ร ร ม ฐาน” มากจนได้รับการยกย่องว่า มีเมตตาและพลังจิตแก่กล้า มีอำนาจแห่งอิทธิฤทธิ์และอภิญญา หลวงปู่สีโหท่านเคยมาปักกลดอยู่ในวัดป่าแก้ว ใกล้กับพระเจดีย์องค์ใหญ่ที่สมเด็จพระนเรศวรฯ ทรงสร้างเฉลิมฉลองพระเกียรติ ภายหลังที่มีชัยแก่พม่าแล้ว ขณะที่ท่านพำนักอยู่ได้มีคนกลุ่มใหญ่พากันเข้ามาภายในวัดมองดูลักษณะคล้ายพวก โ จ ร คนเหล่านี้มาขอร้องให้หลวงปู่ถอนกลดย้ายไปจากที่นั่น หลวงปู่ถามว่าเหตุใดจึงมาไล่ท่าน คนพวกนั้นตอบตามตรงว่าพวกเขาจะมาขุดทรัพย์ตามลาย แ ท ง แต่ไม่อย ากให้หลวงปู่ร่วมรับรู้ด้วย และยังได้เล่าต่อไปว่าภายในเขตกรุงศรี อ ยุ ธ ย า นี้มีลาย แ ท ง โบຣาณ บอกที่ซ่อนทรัพย์สมบัติไว้มากมายถึง ๗๑๓ แห่ง พวกเขาขุดพบมาแล้ว ๕ แห่ง และตามลาย แ ท ง ยังบ่งบอกไว้ว่าในบริเวณรอบพระเจดีย์ใหญ่ที่สมเด็จพระนเรศวรฯ สร้างนี้มีขุมทรัพย์อยู่ถึง ๒๗ ขุม มีข้าวของเงินทอง และเพชรนิลจินดาอยู่มากมาย จากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ก็ได้เอาสมุดข่อย ซึ่งเขียนด้วยอักขร ไ ท ย โบຣาณมีรูปแสดงที่ตั้งขุมทรัพย์ใต้ดินในบริเวณรอบ ๆ พระเจดีย์ให้หลวงปู่ดู นอกจากนี้ในสมุดข่อยยังมีแผนที่แสดงขุมทรัพย์ต่าง ๆ ทั่วกรุงศรี อ ยุ ธ ย า อีกมากมายนนับไม่ถ้วน และที่น่ากลัวก็คือ ภายในสมุดข่อยเล่มนั้นมีอยู่หน้าหนึ่งเป็นผ้าเยื่อไม้ซีดๆ ปรากฏคำ ส า ป แช่งเอาไว้ด้วยโดยที่ไม่รู้ว่า กลุ่ม โ จ ร พวกนี้ จะเห็นหรือไม่

เรื่องขุมทรัพย์รายรอบพระเจดีย์นี้เป็นเรื่องที่คนโบຣาณว่าไว้จริง ซึ่งหัวหน้าแม่ชีท่านหนึ่งที่วัดใหญ่ชัยมงคลเคยเล่าให้ผู้เขียนฟัง ในสมัยที่ท่านเข้ามาอยู่ที่วัดนี้ใหม่ ๆ นอกจากจะได้เห็น “ ດ ว ง พระวิญญาณ สมเด็จพระนเรศวรฯ” แล้วท่านยังเคยเห็น “ทองลุก” ซึ่งเป็นไฟพะเนียงพุ่งขึ้นไปบนฟ้าตรงบริเวณหน้าพระเจดีย์องค์นี้ ซึ่งคนโบຣาณบอกไว้ว่าถ้าเห็นลักษณะนี้แสดงว่า ใต้ดินบริเวณนั้นต้องมีสมบัติฝังอยู่แน่นอน สำหรับที่มาของขุมทรัพย์เหล่านี้ ตามลาย แ ท ง โบຣาณได้บอกไว้ว่าเป็นมหาสมบัติอันล้ำค่า ของอดีตพระมหากษัตริย์กรุงศรี อ ยุ ธ ย า หลายพระองค์ ที่สมเด็จพระนเรศวรทรงขุดพบ และนำมาฝังไว้ตามคำแนะนำของสมเด็จพระพนรัตน์ป่าแก้ว ผู้เป็นอาจารย์ของพระองค์จุดประสงค์ก็เพื่อเป็นการบูชาพระรัตนตรัย แก้อาถรรพณ์ ດ ว ง เมืองที่ตกต่ำ ร่วงโรยมานานให้รุ่งเรืองขึ้นในยุคสมัยของพระองค์ การขุดสมบัติของกลุ่ม โ จ ร ในวันนั้นเล่าว่ามีการนำอาจารย์ทางไสยศาสตร์มาทำพิธีด้วย มีการเสกไข่ เ สี่ ย ง ท า ย และพบไข่เป็นสีต่าง ๆ เช่น สีเหลือง แดง เขียว ดำ ซึ่งบอกให้รู้ว่ามีขุมทรัพย์ประเภททองคำ เพชรนิลจินดา และเงินตราโบຣาณอยู่มากมาย ทำให้พวก โ จ ร ดีใจกันมาก แล้วก็ช่วยกันทำการขุด เมื่อขุดลงไปประมาณ ๗ ฟุต ก็พบโครง ก ร ะ ดู ก ๔ โครง นอนหัวชนกันหันเท้าชี้ไป ๔ ทิศ และพอขุดลงไปอีกจอบก็ไปกระทบกับพื้นคอนกรีตโบຣาณ ซึ่งเป็นหลังคาอุโมงค์เก็บสมบัติ จึงพย าย ามช่วยกันแซะปากอุโมงค์ให้กว้างขึ้น และน่าประหลาดที่ภายในอุโมงค์มีกระแสลมแรงมาก พัดออกมาตลอดเวลา คล้ายมีพัดลมขนาดใหญ่อยู่ข้างใน อาจารย์ทางไสยเวทย์ที่ร่วมทีมจึงทดลองเอาด้ามเสียมแหย่ลงไปดูปรากฏว่า เสียมถูกกระแสลมตีเศษเหล็กกระจาย ทำให้แน่ใจว่าภายในหลุมนี้มี “หุ่นพยนต์” หรือ “จักรพยนต์” ที่คนโบຣาณผูกไว้สำหรับป้องกันขุมทรัพย์

“หุ่นพยนต์” หรือ “จักรพยนต์” นี้ทำด้วยเหล็กกล้า เ นื้ อ ดี และคมกริบเคลื่อนไหวด้วยกลไกที่ผลักดันจากแสง และอากาศที่อัดลงไป นอกจากนี้ยังมีการปลุกเสกลงอาถรรพ์ ด้วยเวทมนตร์ ศั ก ดิ์ สิ ท ธิ์ เพื่อให้มีวิญญาณสิงสถิตย์อยู่ หากจะทำลายก็ต้องแก้ด้วยเวทมนตร์ แต่สำหรับกลุ่ม โ จ ร เหล่านี้ แม้จะมีอาจารย์ทางไสยศาสตร์ มาคอยแก้อาถรรพ์อยู่ด้วยก็ยังทำได้ย าก เพราะขณะกำลังทำพิธีล้างอาถรรพ์หุ่นพยนต์นั้น อุโมงค์ขุมทรัพย์ก็ได้เลื่อนออกไป เสียงดังครืด ๆ เป็นที่น่าอัศจรรย์ หนำซ้ำยังมีดินถล่มลงมาถมปากอุโมงค์จนเต็ม เป็นการปิดไม่ให้คนเหล่านั้นได้ล่วงล้ำเข้าไปอีก แต่ถึงจะเจออภินิหารซึ่งหน้าเช่นนี้ กลุ่ม โ จ ร ก็ยังไม่ย่อท้อ
ตั้งใจว่าจะเริ่มขุดใหม่ในวันรุ่งขึ้น ดึกดื่นคืนนั้นพวก โ จ ร กลับกันหมดแล้ว ได้ปรากฏร่างใหญ่โตของคน ๔ คน ซึ่งไม่มีหัวมายืนอยู่หน้ากลดหลวงปู่สีโห ทั้งหมดคือภูตที่คอยเฝ้ามหาสมบัติให้สมเด็จพระนเรศวรฯ มาแจ้งให้หลวงปู่ทราบว่า กลุ่ม โ จ ร เหล่านี้มาขุดพระ ร า ช ทรัพย์อัน ศั ก ดิ์ สิ ท ธิ์ ของเจ้าฟ้าพระมหากษัตริย์ที่ทรง ส า ป แช่งไว้ แล้วยังทำพิธีไสยศาสตร์ ทำลายข่ายอาถรรพ์ที่พระครูปุโรหิตโบຣาณาจารย์ทำไว้ให้เสื่อมอีก เท่ากับเป็นการทำลาย ດ ว ง ชะตาของบ้านเมือง พวกตนจะมาเอาชีวิตไปให้หมดแต่ติดขัดว่ามีหลวงปู่อยู่ด้วย จึงมาแจ้งให้ทราบ แต่หลวงปู่สีโห ซึ่งท่านได้ชื่อว่าเป็นพระที่มีจิตเมตตา ท่านจึงได้ขอบิณฑบาตชีวิตคนเหล่านั้น ขอแค่ดัดนิสัยให้เข็ดหลาบก็พอ ทำให้วิญญาณทั้ง ๔ นิ่งอึ้ง และบอกว่าต้องให้หลวงปู่ลองพูดกับพญายมบาลเอง พวกเขาไม่มีอำนาจอะไร เพียงแต่ทำตามหน้าที่เท่านั้นพูดเสร็จก็เดินหายเข้าไปในองค์พระเจดีย์

หลวงปู่สีโหจึงเข้าฌานติดต่อกับพญายมบาล เมื่อพญายมบาลเปิดบัญชีดูจึงรู้ว่าพวกขุดลักพระ ร า ช ทรัพย์เหล่านี้ ດ ว ง ยังไม่ถึงฆาตในตอนนี้ แต่ ก ร ร ม หนักกำลังจะตามมาในไม่ช้า แต่ถึงอย่ างไรพวกนี้ก็ควรจะได้รับผลจากคำ ส า ป แช่งบ้างจะได้หลาบจำ เป็นอันว่าท่านพญายมตกลงจะไว้ชีวิตพวก โ จ ร ครั้นรุ่งเช้าหลวงปู่สีโหตื่นขึ้นจะไปสรงน้ำ เพื่อออกบิณฑบาตก็ได้เห็น โ จ ร กลุ่มนั้นกำลังนอนดิ้นทุรนทุราย เอามือกุมท้ อ งบิดไปมาด้วยความ เ จ็ บ ป ว ด ขอให้หลวงปู่ช่วย ขณะเดียวกันบนองค์พระเจดีย์ใหญ่ก็เกิดเสียงดังครืน ทำให้ทุกคนหันไปดู เพราะคิดว่าพระเจดีย์จะถล่ม แต่แล้วก็พากันตกตะลึง เมื่อเห็นชายผู้หนึ่งเดินลงมาจากพระเจดีย์พร้อมด้วย ผีหัวขาดร่างใหญ่โต และพากันเดินหายไปทางกำแพงแก้วด้านทิศใต้ พวก โ จ ร ในที่นั้นร้องอุทานด้วยความตกใจสุดขีด หลวงปู่จึงบอกว่า “พวกเขาคือปู่โสมเฝ้าทรัพย์ที่จะมาเอาชีวิตพวกเจ้า” พอได้ยินหลวงปู่พูดเช่นนี้ พวก โ จ ร ทั้งหมดก็เกิดความกลัว ตาหูเหลือกลาน จนอาการ ป ว ด ท้ อ งกำเริบ ทำให้หมดสติไปตามๆกัน หลวงพ่อเห็นแล้วก็ยิ่งเกิดความสังเวชที่เห็น โ จ ร เหล่านี้ถูกลงโทษ เช้าวันนั้นท่านจึงจาริกออกจาก อ ยุ ธ ย า ไป ปล่อยให้ โ จ ร เหล่านั้นนอนสลบไสลเฝ้าขุมทรัพย์ภายในวัดป่าแก้วไปตามยถา ก ร ร ม

“ปู่โสมเฝ้าทรัพย์” นั้นมีจริงหากใครไม่เชื่อคิดลบหลู่ลองของก็เชิญพิสูจน์ได้ที่ “วัดป่าแก้ว” หรือ “วัดใหญ่ชัยมงคล” จ. อ ยุ ธ ย า เพราะสมบัติมีค่ามหาศาล ครั้งแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรฯ ณ ปัจจุบันก็ยังคงฝังอยู่ใต้ดิน รอบองค์พระเจดีย์นั่นเอง ซึ่งคงต้องรอผู้มี บุ ญ ผู้มีวาสนาขุดขึ้นมาใช้เป็นพระ ร า ช ทรัพย์บำรุงแผ่นดิน และพระพุทธศาสนาในยุคต่อๆ ไป

เรียบเรียง showbizinfoo.com

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ความเชื่อ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

6 สูตร ผมแห้ง ฟูกลับมาสวยด้วย นุ่มลื่นดูเงางาม

นอกจากเรื่องของผิวพรรณ และร่างกายที่ใครหลายคนให้ความสำคัญแล้วเรื่องของเส้นผมก็ถือเป็นอีกสิ…