Home อาหาร ทานมะละกอสุก ทุกวัน วันละ 2- 3 ชิ้น ร่างกายเปลี่ยนมาก

ทานมะละกอสุก ทุกวัน วันละ 2- 3 ชิ้น ร่างกายเปลี่ยนมาก

1 second read
0
0
573

มะละกอ เป็นหนึ่งในผลไม้ที่หลายคนต่างรู้จักกันดี นอกจากความ อ ร่ อ ย ที่มีในตัวผลไม้ชนิดนี้แล้วก็ยังถือเป็นหนึ่งในผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเรา ม า ก ๆ

คนบ้านเราส่วนใหญ่มักจะนิยมทานมะละกอทั้งสุกและดิบ โดยมะละกอดิบนั้นมักจะนำไปประกอบในเมนูส้มตำและแกงส้มที่เรานิยมทานกันส่วน ม า ก และแบบสุกนั้นจะมักนิยมทานเป็นผลไม้หรือจัดเป็นผลไม้มงคลงานเลี้ยงประจำปีต่างๆ มาเป็นผลไม้ทานเล่น

โดยในมะละกอสุกนั้น มี ส ร ร พ คุ ณ ทาง ย า ที่สำคัญที่ช่ ว ย ในเรื่องของการระบาย และขับของเสียออกจากร่างกายได้ดี ม า ก ๆ ซึ่งผู้เขียนได้พิสูจน์ความจริงนี้แล้วในสมัยเรียนระดับปริญญาตรี เนื่องจากผู้เขียนมักเป็นหวัดบ่อยจึงไปขอ ย า จากหน่วยอนามัยของมหาวิท ย า ลัยและได้ ย า ปฏิชีวนะ (หลายคนเรียกว่า ย า แก้อักเสบ…ซึ่งผิด) ม า ก ิน โดยทุกครั้งที่ กิ น มักเกิด อ า ก า ร ท้องผูก (เนื่องจาก ย า ไปทำลายสมดุลของ แ บ ค ที เ รี ย ในลำไส้ใหญ่) จึงแจ้งแก่แพทย์ผู้จ่าย ย า เขาก็ได้รับคำแนะนำให้ กิ น มะละกอสุก ซึ่งต่อมาเมื่อเรียนสูงขึ้นจึงทราบว่า เ นื้ อ มะละกอนั้นมีใย อ า ห า ร ซึ่งเป็น อ า ห า ร (พรีไบโอติก) ของ แ บ ค ที เ รี ย กลุ่มแลคโตแบซิลัส (โปรไบโอติก) ซึ่งเมื่อ แ บ ค ที เ รี ย กลุ่มนี้เจริญ ม า ก ขึ้นก็จะเข้าควบคุมสถานการณ์ทำให้ระบบขับถ่าย เข้าสู่ความเป็นปกติ

ในงานวิจัยหลายๆชิ้น ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ในมะละกอสุกนั้นเป็นผลไม้ที่มีส่วนช่ ว ย ลดความ เ สี่ ย ง ของการเกิด โ ร ค มะ เ ร็ ง ชนิดต่างๆได้ เพราะเป็นผลไม้ที่อุดมทั้งพฤกษเคมีต่างๆ เช่น ส า ร ฟลาโวนอยด์ วิตามินต่าง ๆ ซึ่งมีเบต้าแคโรตีนเป็นตัวชูโรงสำคัญ ตามด้วยโฟเลต ไทอามีน (วิตามินบี 1) ไรโบฟลาวิน (วิตามินบี 2) ไนอาซิน (วิตามินบี 3) กรดแพนโทเทนิก (วิตามินบี 5) วิตามินซี ฯลฯ สำหรับแร่ธาตุที่สำคัญคือ โปแตสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม เป็นต้น ดังนั้น หากใครที่ชอบทานมะละกอสุก มักจะมีเหงือกสวยมีสุขภาพช่องปากที่แข็งแรง อีกทั้งยังช่ ว ย ป้องกัน อ า ก า ร ของ โ ล หิ ต ออกตามไรฟันได้เป็นอย่างดี

ครั้งหนึ่งผู้เขียนเคยได้ทุนทำวิจัยเกี่ยวกับ อ า ห า ร ต้ า น ส า ร ก่อกลายพันธุ์ (ซึ่งสามารถแปลผลถึงการต้ า นมะ เ ร็ ง ) จากสภาวิจัยแห่งชาติ อ า ห า ร จานที่ได้รับความสนใจ ม า ก ที่สุดเนื่องจากผลการศึกษาพบว่า สามารถต้ า น ส า ร ได้ดีในลำดับต้น ๆ คือ ส้มตำ ( สู ต ร ที่ใช้ศึกษาไม่ใส่ปูเค็ม เพราะปูมักมีเชื้อพ ย า ธิ) ซึ่งก็ไม่น่าประหลาดใจ เพราะเมื่อพิจารณาจากใย อ า ห า ร จากมะละกอ พร้อมทั้งเครื่องเทศและ ส มุ น ไ พ ร ที่ใช้ปรุงส้มตำแล้ว ผู้เขียนสามารถระบุได้เลยว่า ส้มตำเป็นองครักษ์พิทักษ์มะ เ ร็ ง ดังนั้นผู้เขียนจึงมักแนะนำผู้ที่นิยม กิ น อ า ห า ร ที่มี ส า ร ก่อมะ เ ร็ ง เช่น อ า ห า ร ปิ้ง ย่าง รมควัน เ นื้ อ สัตว์ต้มตุ๋นนาน และ เ นื้ อ หมักต่าง ๆ ให้ กิ น อ า ห า ร นั้น ๆ คู่ไปกับส้มตำ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากสาว ๆ ที่ กิ น ส้มตำสัปดาห์ละเจ็ดวัน วันละสามมื้อ

สำหรับผู้ที่ กิ น มะละกอสุกเป็นของหวานหลังมื้อ อ า ห า ร นั้น มักเป็นผู้ที่มีภูมิต้ า นทานที่ดีไม่ค่อย เ จ็ บ ป่ ว ย เนื่องจาก อ า ก า ร ของติดเชื้อเพราะร่างกายของเราได้เปลี่ยนเบต้าแคโรทีนที่ได้จากการทานมะละกอสุก ซึ่งเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ประกอบกับ เ นื้ อ ของมะละกอที่มีวิตามินซีที่สูง ม า ก จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการทำงานร่วมกันกับโปรตีนและสังกะสีจาก เ นื้ อ สัตว์ สามารถช่ ว ย เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้ดีอีกด้วย อีกทั้งยังช่ ว ย ทำให้ป้องกันภาวะจากจอประสาทเสื่อม ทำให้ผู้ที่ กิ น มะละกอสุกเป็นประจำมี ด ว ง ตาที่สดใสป้องกันการเกิด โ ร ค ต่างๆจาก ด ว ง ตาได้เป็นอย่างดี

สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับมะละกออีกสิ่งหนึ่งนั่นคือ ย า งจากผลดิบและลำต้นนั้นมักถูกนำไปใช้ในการหมัก เ นื้ อ สัตว์ต่างๆให้ เ นื้ อ สัตว์เหล่านั้นนุ่มและเปื่อย ม า ก ยิ่งขึ้น เนื่องจากใน ย า งมะละกอนั้นมีเอนไซม์ชนิดหนึ่งชื่อว่า ปาเปน (Papain) ช่ ว ย ย่อยโปรตีนบางส่วนใน เ นื้ อ สัตว์ก่อนถูกนำไปปรุงให้สุก ดังนั้นผู้ที่ กิ น มะละกอดิบในลักษณะส้มตำจึงได้ ย า งนี้ไปช่ ว ย ในการย่อย เ นื้ อ สัตว์ในทางเดิน อ า ห า ร แต่อย่างไรก็ดีการที่เรานำมะละกอดิบมาประกอบในเมนู อ า ห า ร นั้น ควรที่จะล้างให้สะอาดเพราะในบางทีนั้น เ นื้ อ มะละกอดิบที่เรา กิ น เข้าไป ม า ก ๆ ถือว่าเป็นดาบสองคมเพราะบางทีอาจจะมีสิ่งสกปรกแฝงอยู่ในตัวมะละกอในขั้นตอนของการปลูกก็ได้

ขอบคุณที่มาข้อมูล yoophen

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In อาหาร

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

คุณยาย 2 พี่น้อง ได้กลับมาพบหน้ากัน หลังพลัดพรากกันนาน 47 ปี

จากกรณีคุณ ย า ยชาว กั ม พู ช า สองพี่น้อง อายุ 98 ปี และ 101 ปี ได้กลับมาพบหน้ากันเป็นครั…