Home ข่าวโซเชียล น้อมรำลึกครบรอบ 97 ปี หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่

น้อมรำลึกครบรอบ 97 ปี หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่

1 second read
0
0
662

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา เหล่าพุทธศาสนิกชนแห่น้อมรำลึกครบรอบ 97 ปี ชาตกาล พระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

อดีตพระเกจิชื่อดังที่ชาวไทยให้ความเลื่อมใสศรัทธา เอกลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นที่ประจักษ์แก่คณะศิษยานุศิษย์ผู้พบเห็น คือ การนั่งยอง พูดกูมึง ดำรงตนแบบสันโดษ จนกลายเป็นภาพที่เห็นกันชินตา ด้านวัตถุมงคลมีมากมายหลายประเภท ซึ่งล้วนได้รับความนิยมและแสวงหาทั้งสิ้น เกิดในสกุล ฉัตรพลกรัง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม 2466 ที่บ้านไร่ ม.6 ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา บิดา-มารดา ชื่อ นายบุญ และนางทองขาว ฉัตรพลกรัง มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 3 คน ครอบครัวประกอบอาชีพชาวไร่ชาวนาที่อยู่ห่างไกลความเจริญ

ในวัยเยาว์ ท่านต้องสูญเสียโยมบิดามารดาในขณะที่ลูกทั้ง 3 คน ยังเป็นเด็ก ท่านกับน้องๆ จึงอยู่ในความอุปการะของน้าสาว เมื่ออายุ 6-7 ขวบ เข้าเรียนหนังสือกับ พระอาจารย์ฉาย และพระอาจารย์หล ทั้งภาษาไทย และภาษาขอม นอกจากนี้ ยังมีเมตตาอบรมสั่งสอนวิทยาคม เพื่อป้องกันอันตรายต่างๆ ด้วย กระทั่งอายุครบ 21 ปี เข้าพิธีอุปสมบท ที่พัทธสีมาวัดถนนหักใหญ่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันศุกร์ที่ 5 พฤษภาคม 2487

ได้รับฉายาว่า ปริสุทโธ ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแดง วัดบ้านหนองโพธิ์ ต.สำนักตะคร้อ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา หลวงพ่อแดง เป็นพระนักปฏิบัติทางด้านคันถธุระและวิปัสสนาธุระอย่างเคร่งครัด อีกทั้งเป็นพระเกจิอาจารย์ที่เรืองวิทยาคมยิ่ง จนเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้คนและลูกศิษย์เป็นอย่างมาก

อยู่ปรนนิบัติรับใช้หลวงพ่อแดงมานานพอสมควร หลวงพ่อแดงจึงพาไปฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อคง พุทธสโร ซึ่งหลวงพ่อทั้งสองรูปนี้ เป็นสหธรรมิกกัน ต่างให้ความเคารพซึ่งกันและกัน เมื่อมีโอกาสได้พบปะ มักแลกเปลี่ยนธรรมะ ตลอดจนวิทยาคมเสมอ เวลาล่วงเลยผ่านไป

กระทั่งหลวงพ่อคง เห็นว่าลูกศิษย์มีความรอบรู้ชำนาญการปฏิบัติธรรมดีแล้ว จึงแนะนำให้ออกธุดงค์จาริกไปตามป่าเขาลำเนาไพร ฝึกปฏิบัติธรรมเบื้องสูงต่อไป ครั้งแรก ท่องธุดงค์จาริกอยู่ในเขตจังหวัดนครราชสีมา จากนั้นจาริกออกไปไกลถึงประเทศลาว และประเทศเขมร

หลังจากที่พิจารณาเห็นสมควรแก่กาลแล้ว จึงออกเดินทางจากประเทศเขมรเดินทางกลับสู่ประเทศไทย เดินข้ามเขตด้านจังหวัดสุรินทร์ สู่จังหวัดนครราชสีมา กลับบ้านเกิด จากนั้นเริ่มดำเนินการก่อสร้างวัดบ้านไร่ เริ่มสร้างอุโบสถ กุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ขุดสระน้ำไว้เพื่ออุปโภคและบริโภค และที่สำคัญยังสร้างโรงเรียนไว้เพื่อเด็กบ้านไร่อีกด้วย

เป็นพระนักพัฒนา ที่มีสาธุชนให้ความศรัทธายิ่ง บริจาคทานจำนวนมหาศาล เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ให้แก่ประชาชนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศและล่วงเลยไกลไปถึงในต่างแดนเลยทีเดียว ลำดับสมณศักดิ์ วันที่ 12 สิงหาคม 2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระญาณวิทยาคมเถร 10 มิถุนายน 2539 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ฝ่ายวิปัสสนาธุระที่ พระราชวิทยาคม 12 สิงหาคม 2547 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ฝ่ายวิปัสสนาธุระที่ พระเทพวิทยาคม ด้วยอายุขัยที่ล่วงเลยเข้าสู่วัยชราภาพ บ่อยครั้งทำให้ท่านอ่อนแรง สุขภาพไม่แข็งแรงดังเดิม กระทั่งล้มป่วยเป็นประจำ ต้องเข้าออกโรงพยาบาลหลายครั้ง

คณะแพทย์ขอให้ท่านพักรักษาตัวที่ โรงพยาบาลมหาราชและได้ให้การรักษาอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด กระทั่งเวลา 11.45 น. วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2558 ที่โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา จึงมรณภาพอย่างสงบ สิริอายุ 92 ปี พรรษา 71 อุทิศร่างกายเป็นอาจารย์ให้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ขอบคุณที่มาข้อมูล ข่าวสด

Load More Related Articles
Load More By adminsk
Load More In ข่าวโซเชียล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

เพื่อนบ้านสงสัย สาววัย 28 ต้องแต่งงานกับคุณตาวัย 73 ลั่นจะอยู่ด้วยกันตลอดไป

เมื่อไม่นานมานี้ มีเรื่องราวความรักต่างวัยปู่หลาน จนทำให้คนมากมายออกมา วิ พา ก ษ์ วิ จา ร …