Home ทั่วไป พนักงานรุ่นบุกเบิก ลางานแค่ 4 วัน โดนหักเงิน แต่บริษัทสูญเงิน 10 ล้าน

พนักงานรุ่นบุกเบิก ลางานแค่ 4 วัน โดนหักเงิน แต่บริษัทสูญเงิน 10 ล้าน

0 second read
0
0
610

เมื่อไม่นานมานี้ที่บริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง ค่อนข้างจะมีชื่อ เ สี ย งเป็นที่รู้จัก และมีพนักงานรุ่นบุกเบิก ชื่อ จาง เทียนชี เขาคนนี้เข้ามาทำงานตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท มีอายุการทำงานมากกว่า 20 ปี จึงทำให้เขานั้นรู้รายละเอียดต่างๆของการทำงานเป็นอย่างดี ด้วยประสบการณ์ที่สูง เข้าใจงาน รู้วิธีแก้ปัญหาแทบทุกอย่างในฝ่าย ผ ลิ ต ของบริษัท เรียกว่าหาตัวจับ ย า ก เป็นคนที่สำคัญกับบริษัทเป็นอย่างมาก และเถ้าแก่ก็รู้เรื่องนี้ดี

แต่ลักษณะ นิ สั ย เขา จะเป็นคนที่ซื่อๆ ขยันทำงานตรงไปตรงมา ตลอดระยะเวลาการทำงานของเขา เขาเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับบริษัทมาก มีความรับผิดชอบ อดทนต่องาน และไม่ค่อยลางานเลย

งานของเขาคือการดูแลฝ่าย ผ ลิ ต ซึ่งเขาเป็นหัวหน้างานในฝ่ายงาน ผ ลิ ต สอนงานพนักงานมาหลายรุ่น เรียกได้ว่าเป็นกำลังหลักของฝ่าย ผ ลิ ต เลยก็ว่าได้ เพราะพนักงานของฝ่าย ผ ลิ ต ทั้งหมด ถูกฝึกมาจาก จาง ทั้งหมด

แต่ด้วยเพราะ นิ สั ย ที่ไม่ทะเยอทะ ย า น และพอใจในสิ่งที่เป็น ทำให้เขาที่ทำงานมาแสนนานเป็นได้แค่หัวหน้างาน ในขณะที่ลูกน้องของเขาที่ฝึกมาเองกับมือถึง 3 คน ได้เลื่อนขั้นไปเป็นถึงตำแหน่งรองผู้อำนวยการแต่ละฝ่าย

ต่อมาแม่ของจาง ได้ล้มป่วยอย่างหนักต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพ ย า บาล ทำให้จางเป็นกังวลและห่วงแม่มาก จึงขอเถ้าแก่ลางาน 3 วัน เพื่อที่จะกลับไปดูแลแม่ของเขา และเมื่อแม่อาการดีขึ้นก็จะรีบกลับมาทำงานต่อทันที

แต่เถ้าแก่กลับตอบไปว่า… “อาทิตย์หน้านี้ จะมี ลู ก ค้ า รายใหญ่มาดูโรงงานและการ ผ ลิ ต เขาต้องการสั่งออเดอร์ ล็ อ ต ใหญ่ ผมอ ย า กให้คุณเป็นคนดูแลคุมงาน และต้อนรับ ลู ก ค้ า เพราะคุณเชี่ยวชาญในด้านนี้ และทำได้ดีที่สุดแล้ว”

จาง จึงตอบไปว่า “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับ ผมมีรุ่นน้องที่ผมฝึกมาอย่างดี อาลี กับ อาหลิน สามารถทำงานทุกอย่างแทนผมได้เป็นอย่างดีแน่นอนครับ แม่ผมอายุมากแล้ว ผมไม่ค่อยได้มีเวลากลับไปเยี่ยมท่านเลย อีกอย่างปีนี้ผมก็ยังไม่ได้ใช้วันลาเลย ผมขอลาไปเยี่ยมดูแลท่านเถอะครับ” เมื่อจางพูดจบ เถ้าแก่จึงต้องตอบตกลงให้ลางานไปอย่างจำใจ

เมื่อจางกลับมาถึงบ้าน มองเห็นแม่ที่นอนอยู่บนเตียง อาการแม่ของเขาแย่มาก ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย เขาจึงรู้สึก เ สี ย ใจที่ผ่านมา เขาทุ่มเทให้กับงานมากเกินไป จนลืมแบ่งเวลามาเยี่ยมแม่ของเขา และในตอนที่เขาลามาเยี่ยมแม่ เถ้าแก่ได้โทรมาหาเขาถึง 4 ครั้ง แต่ทุกครั้งที่โทรมาจะถามแต่เพียงว่า จะกลับมาเมื่อไหร่ ให้รีบกลับมานะ มาได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี แต่กลับไม่เคยถามถึงอาการแม่ของเขาบ้างเลย

ทำให้จางได้แต่คิดน้อยใจในตัวเถ้าแก่ ที่เห็นความสำคัญของเขาในเรื่องงานอย่างเดียว ไม่นึกถึงความรู้สึกเขาบ้างเลย และอาการแม่เขาก็ทรุดลงไปอีก ทำให้เขากลับมาทำงานช้าไปอีก 1 วัน ลู ก ค้ า ที่นัดไว้ว่าจะมาดูงานก็มาเยี่ยมดูโรงงานในวันนั้น ซึ่งอาจางกลับมาถึง ลู ก ค้ า ก็มาถึงหน้างานก่อนแล้ว

เถ้าแก่ให้รุ่นน้องของจางทั้ง 2 คน เป็นคนต้อนรับ ลู ก ค้ า และเมื่อเถ้าแก่เห็นจางกำลังเข้างานมาด้วยความเร่งรีบ เถ้าแก่กลับไม่สนใจเขาเลย และรุ่นน้องทั้ง 2 คน จึงได้เป็นคนแนะนำงานให้กับ ลู ก ค้ า ซึ่งก็ทำได้อย่างคล่องแคล่ว และ ลู ก ค้ า ก็ได้ถามขึ้นมาว่า “ผมอ ย า กจะได้เทคโนโลยีตัวนี้ โดยที่ลดต้นทุนลงอีก 2% จะทำให้ผมได้ไหม” รุ่นน้องทั้ง 2 คน มองหน้ากันสักแป๊บ แล้วก็ตอบตกลง ลู ก ค้ า ว่าทำได้แน่นอน

เถ้าแก่รีบเสริมขึ้นมา “ได้แน่นอนครับ ช่างเทคนิคของเราเป็นช่างฝีมือที่เก่งและชำนาญการเป็นอย่างมาก รับรองว่าคุณจะได้งานที่มีคุณภาพในราคาที่ย่อมเ ย า ว์ หาที่ไหนไม่ได้แน่นอนครับ”

เมื่อจางที่ยืนฟังอยู่ข้างหลังได้ยินแบบนั้น จึงรีบค้านขึ้นมาทันที “ไม่ได้นะครับ ถ้าฝืนทำแบบนั้น จะทำให้กระบวนการ ผ ลิ ต เกิดความ เ สี ย หายได้ ถึงขั้น ผ ลิ ต ภัณฑ์บกพร่อง และไม่สามารถนำไป ข า ย ต่อได้เลยนะครับ”

เถ้าแก่จึงรีบดันจางออกไปจากวงสนทนา และพูดกับจางว่า “คุณจาง คุณน่ะ ไม่เข้าใจงานเทคนิค ไม่ต้องเข้ามายุ่ง” เมื่อจางโดนไล่และตะหวาดใส่ต่อหน้าคนมากมาย จึงทำให้เขาหน้าแดงและรู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก

และเมื่อ ลู ก ค้ า กลับไป เถ้าแก่ก็เรียกจางเข้าพบทันที จางพ ย า ย า มอธิบายเหตุผลที่ไม่สามารถลดต้นทุนให้ ลู ก ค้ า ได้ เพราะมันจะส่งผล เ สี ย ต่อ ลู ก ค้ า เป็นการไม่ซื่อสัตย์ต่อ ลู ก ค้ า และจะทำให้บริษัท เ สี ย เครดิตอีกด้วย

แต่เถ้าแก่ก็ไม่ฟังเหตุผลของจางเลย เพราะเขาเห็นว่า รุ่นน้องทั้ง 2 คน สามารถทำงานได้ดีเทียบเท่ากับจาง เมื่อมีคนมาแทนที่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องง้อจางอีกต่อไป

เถ้าแก่พูดว่า “ในเมื่อคุณหักหน้าผมต่อหน้า ลู ก ค้ า ผมจะลงโทษคุณด้วยการหักเงินเดือนเดือนนี้ และให้โบบัสของปีนี้แค่ 50% เท่านั้น อีกอย่างผมว่า รุ่น้องของคุณมีความสามารถมากกว่าคุณนะ และผมคิดว่าเขาสามารถมาแทนคุณได้ไม่ ย า ก”

เมื่อได้ยินแบบนั้น จางก็รู้สึกผิดหวังกับคำพูดของเถ้าแก่ และ เ สี ย ใจที่เขาทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อบริษัทนี้มาเกือบ 20 ปี แต่พอเขาหมดประโยชน์ เถ้าแก่กลับผลักไสไล่ส่งเขาแบบไม่มีเยื่อใย ทั้งๆที่เขาเคยคิดไว้ว่าจะอยู่ทำงานให้กับที่นี่จนเกษียณ แต่ตอนนี้เขาไม่ต้องการจะอยู่อีกแล้ว

เมื่อเลิกงาน จางจึงโทรไปหา ลู ก ค้ า และเล่าความจริงให้ฟังว่า “เถ้าแก่ผมรับปากว่าจะแก้ทางเทคนิคให้ลดต้นทุน 2% นั้นเป็นไปไม่ได้นะครับ มันจะทำให้ ผ ลิ ต ภัณฑ์ของคุณ เ สี ย หายได้”

ลู ก ค้ า จึงได้นัดจางมาพบที่บริษัทของเขา แลได้ยื่นข้อเสนอไปว่า “ผมทราบดี เพราะผมก็อยู่กับวงการนี้มานาน คุณเองก็ดูจะเป็นคนเก่งมีความสามารถดีเลยแหละ ตอนนั้นผมแค่ต้องการจะทดสอบเทคโนโลยีของบริษัท และ ความซื่อสัตย์เท่านั้น ว่าบริษัทของคุณจะมีความจริงใจให้กับ ลู ก ค้ า มากแค่ไหน และผมเข้าใจเหตุผลที่คุณอธิบายมา”

“ผมจึงอ ย า กชวนให้คุณมาทำงานกับผมแทน ผมกำลังทำโรงงานของตัวเอง และต้องการคนที่มีความรู้ความสามารถ และซื่อสัตย์จริงใจแบบคุณมาร่วมงานด้วย แต่ผมไม่ได้ให้คุณมาเป็นแค่หัวหน้าแผนกหรอกนะ ผมจะให้คุณเป็นผู้จัดการดูแลโรงงานของผม ผมจะให้รายได้คุณมากกว่าที่เดิม 5 เท่า ให้คุณเตรียมตัวแบบเงียบๆ อยู่ทำงานให้ได้เงินโบนัสจากที่เก่าก่อนแล้วค่อยออกมา ส่วนเงินเดือนและเงินโบนัสที่คุณโดนหัก ผมจะเพิ่มให้เอง ไม่ต้องห่วง”

เมื่อถึงวันที่โบนัสสิ้นปีออก จางก็ยื่นใบลาออกทันที และเมื่อสินค้า ล็ อ ต แรกที่ ลู ก ค้ า เจ้าอื่นได้สั่งไว้ถูก ผ ลิ ต รุ่นน้องทั้ง 2 ต่างคิดว่า พวกเขาทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม แต่กลับถูก ลู ก ค้ า ตีกลับและไม่เซ็นต์รับของ เนื่องจากว่ามีข้อผิดพลาดในสินค้าแทบจะทั้งหมด และสินค้า ล็ อ ต นี้ก็ทำให้เถ้าแก่ต้องสูญเงินที่จะได้ถึง 10 ล้าน หายวับไปกับตา

เถ้าแก่จึงรีบโทรหาจางทันที เพื่อที่จะดึงตัวจางกลับมาทำงานให้เขา ด้วยการเสนอเงินค่า จ้ า ง ที่มากกว่าเดิมหลายเท่า แต่เขาก็ไม่ได้สนใจและพูดตัดบทไปดื้อๆ

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…. “ จ้ า ง ด้วยเงินก็ได้แค่งาน อ ย า กให้อยู่ด้วยกันนานๆ ต้อง จ้ า ง ด้วยใจ”

ไม่ว่าจะนาย จ้ า ง หรือลูก จ้ า ง ทุกคนต่างอยู่ในสถานะที่พึ่งพาอาศัยกัน อย่าคิดแค่ว่าพวกเขาเป็นลูกน้องที่ จ้ า ง มาให้ทำตามคำสั่งเท่านั้น แต่พวกเขาคือชิ้นส่วนเล็กๆที่มารวมตัวกัน เพื่อสร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ให้กับนาย จ้ า ง ด้วยเช่นกัน เม็ดรากที่แข็งแรง จะทำให้องค์กรนั้นเติบโตไปได้ไกล แต่ถ้าเม็ดรากอ่อนแอ ก็ไม่สามารถที่จะข ย า ยกิ่งก้านสาขาไปได้ไกล อ ย า กให้เขาเคารพด้วยใจ เราก็ต้องเคารพเขาด้วยใจเช่นกัน แล้วพวกเขาจะตอบแทนคุณแบบที่คุณทำกับเขาเอง

ขอบคุณที่มาข้อมูล bitcoretech

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ทั่วไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

ทานมะละกอสุก ทุกวัน วันละ 2- 3 ชิ้น ร่างกายเปลี่ยนมาก

มะละกอ เป็นหนึ่งในผลไม้ที่หลายคนต่างรู้จักกันดี นอกจากความ อ ร่ อ ย ที่มีในตัวผลไม้ชนิดนี้…