Home ข่าวโซเชียล แนะนำวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อขยายพันธุ์กล้วย ด่างไหนก็ทำได้

แนะนำวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อขยายพันธุ์กล้วย ด่างไหนก็ทำได้

8 second read
0
0
395

กล้วย เป็นพืชสา ร พัด ป ร ะโ ย ช น์ คงมีพืชไม่กี่ชนิดในโลกนี้ที่สามารถนําเอาส่วนต่างๆ มาใช้ ป ร ะโ ย ช น์ ได้สา ร พัดอย่างได้แบบกล้วย เพราะทุกส่วนของกล้วยล้วนนำมาใช้ ป ร ะโ ย ช น์ ได้ทั้งสิ้น ตั้งแต่ ปลีกล้วย ผลอ่อน ผลแก่ ผลสุกหรือสุกงอม ก้านกล้วย ใบกล้วย หรือลำต้นกล้วย ล้วนสามารถนํามาเป็น ป ร ะโ ย ช น์ เกี่ยวข้องต่อการดำรงชีวิตประจําวันของมนุษย์ได้ทั้งสิ้น

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยจึงก่อให้เกิด ป ร ะโ ย ช น์ ต่อระบบธุรกิจการปลูกกล้วยที่สําคัญอย่างน้อย 2 ประการ คือ
การผลิตต้น พั น ธุ์ ปลอด โร ค ระบบการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเป็นระบบที่สามารถควบคุมและป้องกันมิให้ต้น พั น ธุ์ กล้วยที่ผลิตออกมามีการปนเปื้อนของ เ ชื้ อ ราและ แบ ค ทีเ รีย ในต้น พั น ธุ์ กล้วย ดังนั้น จึงเหมาะสมต่อการใช้เป็นต้น พั น ธุ์ ในระบบปลูกกล้วยแปลงใหญ่สําหรับธุรกิจส่งผลผลิตไปต่างประเทศ การผลิตต้น พั น ธุ์ ที่มีมาตรฐาน ต้น พั น ธุ์ กล้วยที่ผลิตขึ้นมา จะมีคุณสมบัติตรงตาม พั น ธุ์ มีขนาดสม่ำเสมอใกล้เคียงกัน มีเปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตสูงกว่าการปลูกจากหน่อ มีความแข็งแรง เจริญเติบโตรวดเร็ว ให้ผลผลิตทั้งปริมาณและคุณภาพใกล้เคียงกันทุกต้น

ขั้นตอนและวิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วย

คัดเลือกแม่ พั น ธุ์ ดี แม่ พั น ธุ์ กล้วยที่ถูกคัดเลือกต้องไม่แสดงอา กา ร ของ โร ค กล้วยสำคัญ มีความสมบูรณ์ แข็งแรง ให้ผลผลิตตรงตามมาตรฐาน ในหน่วยงานราชการบางหน่วยอาจจัดให้มีโรงเรือนเก็บรักษา แ พั น ธุ์ กล้วยหรืออาจแบ่งพื้นที่จัดทําเป็นแปลงปลูกกล้วยแม่ พั น ธุ์ สำหรับใช้ขยาย พั น ธุ์ มีการควบคุมดูแลตามหลักวิชาการ

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วย

2.1 ชิ้นส่วนที่ใช้ขยาย พั น ธุ์ นิยมใช้ส่วนของหน่อกล้วยใบแคบ ที่มีอายุประมาณ 2-3 เดือน เป็นชิ้นส่วนขยาย พั น ธุ์ หน่อกล้วยจะถูกนำมาตกแต่งจนเหลือขนาดชิ้นส่วนเล็กๆ ที่มีส่วนของปลายยอดติดอยู่ด้วย จากนั้นจึงนำชิ้นส่วนปลายยอดมาฟอกฆ่า เ ชื้ อ จุลินทรีย์ โดยใช้สา ร โซเดียมไฮโปคลอไรด์ หรือสา ร คอลร็อกซ์ ความเข้มข้นประมาณ 10 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ นานประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างด้วยน้ำกลั่น นึ่งฆ่า เ ชื้ อ ให้สะอาดก่อนนำไปเพาะเลี้ยงใน อ าห า ร เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อต่อไป

2.2 การเพิ่มปริมาณ ชิ้นส่วนที่ผ่านการฟอกฆ่า เ ชื้ อ จุลินทรีย์คือ ชิ้นส่วนที่สะอาด ไม่มีการติด เ ชื้ อ ราและ แบ ค ทีเ รีย ชิ้นส่วนสะอาดเหล่านี้จะถูกนำไปวางบนผิว อ าห า ร สูตรเพิ่มปริมาณหน่อ โดยปกติมักใช้ อ าห า ร สูตร Murashigeและ Skoog (1962) หรือนิยมเรียกกันว่า อ าห า ร สูตร MS ที่เติมสา ร ควบคุมการเจริญเติบโตในกลุ่มไซโตไคนิน ตัวที่ใช้ชื่อว่าสา ร BA สา ร ตัวนี้มีอิทธิพลต่อการแบ่งเซลล์เเละเพิ่มจํานวนเซลล์ มีอิทธิพลต่อการเกิดและเพิ่มปริมาณหน่อกล้วย ทุกๆ ประมาณ 30 วัน ผู้เพาะเลี้ยงจะเปลี่ยน อ าห า ร กล้วยจาก อ าห า ร ขวดเดิมไปสู่ อ าห า ร ขวดใหม่ (สูตรเดิม) และกล้วยจะมีอัตราเพิ่มปริมาณต้น พั น ธุ์ หรือหน่อใหม่ ประมาณ 3-4 เท่า ต่อเดือน เมื่อเพาะเลี้ยงได้จำนวนต้น พั น ธุ์ กล้วยเพียงพอแล้ว ต้นกล้วยเล็กๆ เหล่านี้จะถูกนำไปตัดแบ่งเป็นต้นเดี่ยวๆ นำไปเพาะเลี้ยงบน อ าห า ร

สูตรชักนำให้เกิดรากต่อไป

2.3 การชักนำให้เกิดราก ต้นกล้วยต้นเล็กๆ จำนวนมากเหล่านี้ จะถูกนำไปเพาะเลี้ยงบน อ าห า ร สูตรชักนำให้เกิดราก โดยนํากล้วยแต่ละต้นมาปักลงบน อ าห า ร เพาะเลี้ยงเป็นแถวเรียงเดี่ยวเว้นระยะ สำหรับ อ าห า ร สูตรชักนำราก นิยมใช้ อ าห า ร สูตร Murashige และ Skoog (1962) หรือเรียกว่า อ าห า ร สูตร MS ที่เติมสา ร ควบคุมการเจริญเติบโต กลุ่มออกซิน ปกติจะเลือกใช้สา ร NAA สา ร ตัวนี้ใช้เพียงเล็กน้อยก็จะมีอิทธิพลชักนำให้ต้นกล้วยเกิดรากได้ 100% ภายในระยะเวลาประมาณ 25 ถึง 30 วัน

การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วย เป็นวิธีการทางวิทยาศาสตร์ มีความเกี่ยวข้องกับสา ร เคมีหลายชนิด บางชนิดอาจ กระตุ้นให้พืชมีการแบ่งเซลล์รวดเร็วเกินระดับปกติ จึงมีข้อควรคำนึงระลึกถึงเสมอในขณะเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกล้วยบางประการ ดังนี้

ปริมาณของสา ร ควบคุมการเจริญเติบโตที่ใช้ สา ร ควบคุมการเจริญเติบโตในกลุ่มไซโตไคนิน คือ สา ร BA เป็นสา ร ที่มีอิทธิพลต่อการเเบ่งเซลล์และการเกิดหน่อกล้วย หากใช้ในปริมาณมากจะมีอิทธิพลกระตุ้นให้เกิดการแบ่งเซลล์มาก มีอิทธิพลให้เกิดหน่อจํานวนมาก หรือหากใช้ในปริมาณน้อยจำนวนหน่อที่เกิดขึ้นก็จะลดจำนวนลงเช่นกัน จึงควรระมัดระวังไม่ใช้สา ร ควบคุมการเจริญเติบโตของพืชในระดับที่สูงมากเกินไป เพราะอาจส่งผลทำให้ต้นกล้วยเกิดการผิดปกติทางพันธุ กร ร ม

ระยะเวลาที่เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ยกตัวอย่างเช่น กล้วย 1 หน่อ จากสภาพธรรมชาติไม่ควรถูกใช้เพิ่มปริมาณหน่อ พั น ธุ์ กล้วยเป็นเวลาที่ยาวนานแบบไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด กล้วยแต่ละชุดที่นำเข้ามาเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจะต้องมีการบันทึกประวัติ เช่น หน่อแม่ธรรมชาติแต่ละหน่อได้เปลี่ยน อ าห า ร ไปแล้วกี่ครั้ง มีการเพิ่มจำนวนต้น พั น ธุ์ ลูกไปแล้วกี่ต้น เพื่อป้องกันการเพิ่มจํานวนที่มากเกินไป หรือการเพาะเลี้ยงเป็นเวลานานโดยไม่เปลี่ยนหน่อแม่ พั น ธุ์ ใหม่

การอนุบาลต้น พั น ธุ์ กล้วย กล้วยเป็นพืชที่มีเปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตสูงมากกว่า 90% หากอนุบาลในสภาพแวดล้อม เช่น สภาพแสง อุณหภูมิ และความชื้นที่เหมาะสม สำหรับวัสดุที่ใช้ในการอนุบาล เราอาจใช้ทรายและขี้เถ้าแกลบเก่า อัตราส่วน 1 ต่อ 1 ผสมกันก็ได้ ส่วนต้น พั น ธุ์ กล้วยควรแช่สา ร ป้องกัน เ ชื้ อ ราก่อนอนุบาล หลังจากนั้น จึงให้น้ำพอสมควรในลักษณะชื้นได้แต่อย่าแฉะ โดยช่วงเวลาฤดูหนาวเป็นฤดูที่มีความชื้นในอากาศต่ำ การอนุบาลต้น พั น ธุ์ กล้วยจะประสบความสำเร็จได้ดี และเมื่ออนุบาลผ่านไปประมาณ 30 วัน ต้น พั น ธุ์ กล้วยก็จะอยู่ในสภาพที่เหมาะสมต่อการนำไปย้ายปลูกในถุงเพาะชำ และดูแลอีกประมาณ 45 วัน ก็สามารถนำต้น พั น ธุ์ กล้วยเหล่านั้นไปปลูกได้ในสภาพธรรมชาติต่อไป ต้น พั น ธุ์ กล้วยที่นำไปปลูกในสภาพธรรมชาติจะมีอายุการเจริญเติบโต การให้ผลผลิต แบบเดียวกับกล้วยที่อยู่ในสภาพธรรมชาติทั่วไป

ขอบคุณที่มาข้อมูล ayaom

Load More Related Articles
Load More By adminsk
Load More In ข่าวโซเชียล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

ทำกระท้อนลอยแก้ว อร่อยทำง่าย สูตรนี้ใช้แค่น้ำตาลกับเกลือ

กระท้อนนั้นเป็นผลไม้อ ย่ า งหนึ่งที่มีรสเปรี้ยวออกจะฝาด ๆ หน่อย สำหรับเมนูกระท้อนลอยแก้วนั…