Home ความเชื่อ ไปไหนก็ท่อง 3 ประโยคสั้นๆ คุณไสยแพ้ สมเด็จพระพุฒาจารย์โตกล่าวไว้

ไปไหนก็ท่อง 3 ประโยคสั้นๆ คุณไสยแพ้ สมเด็จพระพุฒาจารย์โตกล่าวไว้

1 second read
0
0
1,455

หากกล่าวถึง คุณ ไ ส ย แพ้ สามประโยคสั้น สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังษี กล่าวไว้ สมเด็จพระพุฒาจารย์โต พรหมรังษี วัดระฆังโฆสิตาราม เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

อาตมา (สมเด็จโต) ได้เห็นอานิสงส์ของการ ส ว ด มนตร์ด้วยตัวอาตมาเองในสมัยที่อาตมาได้ออกเดินธุดงค์ในป่าเป็นเวลา 15 ปีโดยอาศัยอยู่ในเขตดง พ ญ า ไฟ ซึ่งเป็นเขตที่อยู่ใกล้ชายแดนของประเทศ เ ข ม ร

ในสมัยนั้นเต็มไปด้วยสิงสารา สั ต ว์ และภูตผี วิ ญ ญ า ณ ตลอดจนชาวบ้านที่มี เ ว ท ม น ต์ ค า ถ า และเล่นคุณ ไ ส ย กันอยู่อย่ างมากมายในอาณาบริเวณชายแดนแห่งประเทศสย ามในตอนนั้น อาตมาได้เดินธุดงค์แต่เพียงลำพัง ในช่วงนั้นอาตมามิได้ศึกษาในพระ เ ว ท ม น ตร์ ค า ถ า อาคมใดเลย นอกจากคำว่า

พุท ธัง สะระณัง คัจฉามิ

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ซึ่งมีความหมายว่า ข้าพเจ้าขอยึดมั่น พระพุท ธ เจ้าเป็นที่พึ่ง พระ ธ ร ร ม เป็นที่พึ่ง พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง อาตมาไปที่แห่งหนตำบลใดก็จะกล่าวเพียงคำนี้ ตลอดเวลาของจิตใจอันเป็นที่พึ่งของอาตมา

อาตมาเดินทางเข้าสู่ห มู่บ้านชายแดนแห่งประเทศสย าม ในดง พ ญ า ไฟขณะนั้น ในห มู่บ้านมีชาวบ้านอาศัยอยู่เพียงเล็กน้อย อาตมาจึงได้ปักกลดอยู่ที่ท้ายห มู่บ้าน

มีชาวบ้านนำอาหารมาถวายตามกำลังที่เขาจะพอทำได้ เมื่อเห็นมีพระภิกษุมาปักกลดในที่แห่งนั้น อาตมาอาศัยอยู่ที่นั้นเป็นระยะเวลาหลายปี และ ณ ที่แห่งนั้น อาตมาจึงได้พบคุณวิเศษแห่งการ ส ว ด มนต์

มีชาวบ้านผู้หนึ่งได้เข้ามาสนทนากับอาตมาหลังจากได้ถวายอาหารแล้ว ชาวบ้านผู้นั้นอาตมาทราบชื่อภายหลังว่าชื่อ นายผล

นายผล ได้เล่าให้อาตมาฟังว่า เขาเป็นผู้ฝึก เ ว ท ม น ตร์ ค า ถ า อาคมเล่าเรียน จนมีญาณแก่กล้า และมักจะทดสอบ เ ว ท ม น ตร์ ค า ถ า อาคม แก่พระภิกษุสงฆ์ที่เดินทางมาปักกลด ณ บริเวณนี้เป็นประจำ

เขาเล่าให้อาตมาฟังว่าเขาได้ส่งอำนาจคุณ ไ ส ย เข้ามาทำ ร้ า ย อาตมาทุกคืน แต่ไม่ได้หวังทำ ร้ า ย เป็นบาปเป็นกรร มถึงต าย

เพียงแต่ต้องการทดสอบดูว่าภิกษุรูปนั้น จะมีวิชาอาคมแก่กล้าสามารถ ที่จะต่อสู้กับคุณ ไ ส ย เขาได้หรือไม่ นายผลก็ได้ทำคุณ ไ ส ย ใส่อาตมาถึง 7 วัน เต็ม

ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยควายธนู หรือปล่อยหนังควาย ปล่อยตะขาบ ตลอดจนภูติพรายเข้ามาทำ ร้ า ย อาตมา แต่ปรากฏสิ่งที่ปล่อยมา ก็ไม่สามารถเข้ามาทำ ร้ า ย อาตมาได้เลย

วันนี้จึงได้มากราบเพื่อสนทนาแลกเปลี่ยนวิชาความรู้กับอาตมา อาตมาจึงได้บอกว่าตัวอาตมาเองไม่ได้ศึกษาพระ เ ว ท ม น ตร์ ค า ถ า หรือคุณ ไ ส ย ใด

นายผลก็ไม่ยอม เ ชื่ อ หาว่าอาตมา โ ก ห ก ถ้าหากไม่มีของดีแล้วไซร้ไฉนอำนาจคุณ ไ ส ย ดำที่เขาส่งมา จึงกลับมายังเขา ซึ่งเป็นผู้กระทำ ไม่สามารถทำ ร้ า ย อาตมาได้

อาตมาก็พย าย ามชี้แจงให้เขารู้ว่า อาตมาไม่มีวิชาเหล่านี้จริง ทำให้นายผลสงสัยยิ่งนักว่าเหตุใดอาตมา จึงไม่ได้รับ ภั ย อันตร ายจากอำนาจ เ ว ท ม น ตร์คุณ ไ ส ย ดำที่เขาส่งมาทำ ร้ า ย ได้

อาตมาได้บอกกล่าวแก่เขาว่า เมื่ออาตมาจะนอน อาตมาก็จะ ส ว ด แต่คำว่า

พุท ธัง สะระณัง คัจฉามิ

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

จนจิตมีความสงบนิ่งแล้ว จึงได้แผ่ส่วนกุ ศ ล ไปให้แก่สรรพ สั ต ว์ ทั้งหลาย จงอย่ าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลยอย่ าได้มีเ วรแก่กันและกันเลย อย่ าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย และอาตมาก็จำวัดนอนเป็นปกติ

นายผล เมื่อได้ฟังดังนั้น จึงได้บอกแก่อาตมาว่า ข้าแต่ท่านอาจารย์ ถ้าเช่นนั้น ข้าพเจ้าขอร้องให้ท่านในวันนี้ ก่อนที่ท่านจะจำวัดจงหยุดการ ส ว ด มนต์สัก 1 คืนได้หรือไม่

ข้าพเจ้าต้องการจะพิสูจน์ว่าการ ส ว ด มนตร์ของท่านเช่นนี้ จะเป็นเกราะคุ้มครอง ภั ย ท่านหรือเป็นเพราะอำนาจ เ ว ท ม น ตร์ ค า ถ า ในภูตผีปิศาจ ของข้าพเจ้าเสื่оมกันแน่

ข้าพเจ้าขอรับรองว่า จะไม่ทำอันตร ายแก่ท่านอาจารย์อย่ าง เ ด็ ด ข า ด เพียงแต่ต้องการที่จะทดสอบให้ความรู้แจ้งเห็นจริงว่า เ กิ ด อะไรขึ้น อาตมาก็ตกลงรับปากแก่นายผลว่า คืนนี้จะไม่ทำการ ส ว ด มนต์

นายผลจึงได้ลากลับไป ครั้นถึงเวลาพลบค่ำอาตมาก็นอนโดยมิได้ทำการ ส ว ด มนตร์ ตามที่ได้ปฎิบัติเป็นปกติ เมื่ออาตมานอนหลับไป

อาตมารู้สึกตัวขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อปรากฏว่าอาตมาได้ยินเสียง กุกกัก กุกกัก ดังขึ้นมา จึงได้จุดเที่ยนและพบตะขาบใหญ่ ย าวเท่าขาของอาตมากำลังเลื้อยเข้ามาอยู่ใกล้ตัวของอาตมามาก

อาตมารู้สึกตกใจถึงหน้าถอดสี และด้วยสัญชาติญาณจึงกล่าวคำ ส ว ด มนต์

พุท ธัง สะระณัง คัจฉามิ

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ด้วยจิตยึดมั่นในพระพุท ธ องค์เป็นที่พึ่งเป็นเวลานานเท่าใดไม่ทราบได้ เสียงกุกกักและตะขาบที่อยู่ข้างหน้าก็อันตรธานหายไป จากนั้นอาตมาจึงได้จำวัดนอนเป็นปกติ

ในวันรุ่งขึ้น นายผลก็มาหาอาตมาและได้กล่าวว่า เมื่อคืนนี้ข้าพเจ้า ได้ปล่อยตะขาบเข้าไปในกลดที่ท่านพักพำนักอยู่ อาตมาบอกว่าอาตมาได้ตื่นมาและตกใจ จึงได้ ส ว ด มนต์ภาวนา ตะขาบตัวนั้น ก็อันตรธานหายไป

นายผลจึงได้ยกมือพนมขึ้น แล้วกล่าวว่า บัดนี้ข้าพเจ้า เ ชื่ อ แล้วว่า อำนาจ เ ว ท ม น ตร์ ค า ถ า และคุณ ไ ส ย ใด ของข้าพเจ้ามิอาจทำ ร้ า ย ท่านได้ ก็เพราะอำนาจแก่การ ส ว ด มนตร์ภาวนาของท่าน เป็นเกราะคุ้มครอง ภั ย อันตร ายต่าง ได้

ที่อาตมา สมเด็จโต ได้เล่าให้ท่านทั้งหลายในที่นี้ได้ฟังกัน เพื่อให้เป็นอานิสงส์ของการ ส ว ด มนตร์ว่า เหล่าพรหมเทพได้มาฟังการ ส ว ด มนตร์จริงดังที่อาตมาได้เทศน์ไว้

ถ้าไม่ใช่เหล่าพวกพรหมเทพแล้วไซร้ ก็คงไม่สามารถที่จะขับไล่สิ่งที่ เ กิ ด จากอำนาจคุณ ไ ส ย ที่นายผลส่งมาเล่นงานอาตมาได้อย่ างแน่นอน

ท่านเจ้าพระย า และ อุบาสก อุบาสิกา ในที่นั้น เมื่อได้ฟังคำเทศนาแล้ว ต่างก็ยกมือขึ้นสาธุว่า อานิสงส์ของการ ส ว ด มนตร์มีคุณค่าสูงส่งยิ่งนัก

เ รื่ อ ง อานิสงส์ของการ ส ว ด มนต์ เทศนาโดยท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี ดังปรากฏในงานของท่านเจ้าพระย าสรรเพชรภักดี จางวางมหาดเล็กในรัชกาลที่ 4 ที่ได้นิมนต์เจ้าประคุณสมเด็จโต มาเทศน์ที่บ้าน

ครั้นพลบค่ำ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโตพร้อมลูกศิษย์ได้เดินทางจากวัดระฆัง มายังบ้านของท่านเจ้าพระย าสรรเพชรภักดี ซึ่งในขณะนั้นมีอุบาสก อุบาสิกา นั่งพับเพียบเรียบร้อยกันเป็นจำนวนมาก ด้วยต้องการสดับรับฟังการเทศน์ของท่านเจ้าประคุณ

ณ ที่เรือนของท่านเจ้าพระย า เจ้าประคุณสมเด็จโต ได้ขึ้นนั่งบน ธ ร ร ม าสน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงกล่าวบูชาพระรัตนตรัย เมื่อจบแล้ว ท่านจึงเทศน์ เ รื่ อ ง อานิสงส์ของการ ส ว ด มนต์ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโต ได้กล่าวว่ายังมีคนส่วนใหญ่เข้าใจว่า การ ส ว ด มนต์มีประโยชน์น้อย และเสียเวลามากหรือฟังไม่รู้เ รื่ อ ง

ความจริงแล้วการ ส ว ด มนต์มีประโยชน์อย่ างมากมาย เพราะการ ส ว ด มนต์เป็นการกล่าวถึงคุณงามความดี ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุท ธ เจ้า ว่าพระองค์ท่านมีคุณวิเศษอย่ างไร

พระ ธ ร ร ม คำสอนของพระองค์มีคุณอย่ างไร และพระสงฆ์อรหันต์อริยะเจ้ามีคุณเช่นไร การ ส ว ด มนต์ด้วยความตั้งใจจนจิตเป็นสมาธิ แล้วใช้สติพิจารณา จน เ กิ ด ปัญญาและความรู้ความเข้าใจ
ประโยชน์สูงสุดของการ ส ว ด มนต์นั่นคือ จะทำให้ท่านเป็นผล จนสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ที่อาตมากล่าวเช่นนี้ มีหลักฐานปรากฏในพระ ธ ร ร ม คำสอนที่กล่าวไว้ว่า

โอกาสที่จะบรรลุ ธ ร ร ม เป็นพระอรหันต์มี 5 โอกาสด้วยกันคือ

1 เมื่อฟัง ธ ร ร ม

2 เมื่อแสดง ธ ร ร ม

3 เมื่อสาธย าย ธ ร ร ม นั่นคือ การ ส ว ด มนต์

4 เมื่อตรึกตรอง ธ ร ร ม หรือเพ่ง ธ ร ร ม อยู่ในขณะนั้น

5 เมื่อเจริญวิปัสสนาญาณ

การ ส ว ด มนต์ในตอนเช้าและในตอนเย็นเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมา ตั้งแต่สมัยพุท ธ กาล

พระพุท ธ เจ้าทรงประกาศ พระพุท ธ ศาสนาบรรดาพุท ธ บริษัททั้งหลาย ต่างพากันมาเข้าเฝ้าพระพุท ธ องค์ โดยแบ่งเวลาเข้าเฝ้าเป็น 2 เวลา

นั่นคือ ตอนเช้าเข้าเฝ้าพระพุท ธ เจ้า เพื่อฟัง ธ ร ร ม ตอนเย็นเข้าเฝ้าพระพุท ธ เจ้าเพื่อฟัง ธ ร ร ม การฟัง ธ ร ร ม เป็นการชำระล้างจิตใจ ที่เ ศ ร้ าหมองให้หมดไป

เพื่อสำเร็จสู่มรรคผลพระนิพพาน การ ส ว ด มนต์นับเป็นการดีพร้อมซึ่งประกอบไปด้วยองค์ทั้ง 3 นั่น คือ

1 กาย มีอาการสงบเรียบร้อยและสำรวม

2 ใจ มีความเคารพนบนอบต่อคุณพระรัตนตรัย

3 วาจา เป็นการกล่าวถ้อยคำสรรเสริญถึงพระคุณอันประเสริฐ ในพระคุณทั้ง 3 พร้อมเป็นการขอขมา ในการ ผิ ด พ ล า ด

หากมีและกล่าวสักการะเทิดทูนสิ่งสูงยิ่ง ซึ่งเราเรียกได้ว่าเป็น การสร้างกุ ศ ล ซึ่งเป็นมงคลอันสูงสุดที่เดียว อาตมาภาพขอรับรองแก่ท่านทั้งหลายว่า ถ้าหากบุคคลใดได้ ส ว ด มนต์เช้าและเย็นไม่ข า ดแล้ว บุคคลนั้นย่อมเข้าสู่แดนพระอรหันต์อย่ างแน่นอน

การ ส ว ด มนต์นี้ ควร ส ว ด มนต์ให้มีเสียงดับพอสมควร ย่อมก่อให้ เ กิ ด ประโยชน์แก่จิตตน และประโยชน์แก่จิตอื่น ที่ว่าประโยชน์แก่จิตตน คือ เสียงในการ ส ว ด มนต์จะกลบเสียงภายนอก ไม่ให้เข้ามารบกวนจิต ก็จะทำให้ เ กิ ด ความสงบอยู่กับบท ส ว ด มนต์นั้น ทำให้ เ กิ ด สมาธิและปัญญา เข้ามาในจิตใจของผู้ ส ว ด

ที่ว่าประโยชน์แก่จิตอื่น คือ ผู้ใดที่ได้ยินได้ฟังเสียง ส ว ด มนต์จะพลอย ได้ เ กิ ด ความรู้ เ กิ ด ปัญญา มีจิตสงบลึกซึ้งตามไปด้วย ผู้ ส ว ด ก็ เ กิ ด กุ ศ ล ไปด้วยโดยการให้ทานโดยทางเสียง เหล่าพรหมเทพที่ชอบฟังเสียงในการ ส ว ด มนต์ มีอยู่จำนวนมาก ก็จะมาชุมนุมฟังกันอย่ างมากมาย

เมื่อมีเหล่าพรหมเทพเข้ามาล้อมรอบตัวของผู้ ส ว ด อยู่เช่นนั้น ภั ย อันตร ายต่าง ที่ไหนก็ไม่สามารถกล้ำกลายผู้ ส ว ด มนต์ได้ ตลอดจนอาณาเขตและบริเวณบ้านของผู้ที่ ส ว ด มนต์ ย่อมมีเกราะแห่งพรหมเทพและเทวดา ทั้งหลายคุ้มครอง ภั ย อันตร าย ได้อย่ างดีเยี่ยม

ดูก่อน ท่านเจ้าพระย าและอุบาสก อุบาสิกาในที่นี้ การ ส ว ด มนต์เป็นการระลึกถึงพระพุท ธ คุณ พระ ธ ร ร ม คุณ พระสังฆคุณ เมื่อจิตมีที่พึ่งคือ คุณพระรัตนตรัย ความกลัวก็ดี ความสะดุ้งกลัวก็ดี และความขนพอง ส ย อ ง เกล้าก็ดี ภั ย อันตร ายใด ก็ดี จะไม่มีแก่ผู้ ส ว ด มนต์นั่นแล

ขอบคุณที่มาข้อมูล โพสจัง

เรียบเรียง showbizinfoo.com

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In ความเชื่อ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Check Also

คุณยาย 2 พี่น้อง ได้กลับมาพบหน้ากัน หลังพลัดพรากกันนาน 47 ปี

จากกรณีคุณ ย า ยชาว กั ม พู ช า สองพี่น้อง อายุ 98 ปี และ 101 ปี ได้กลับมาพบหน้ากันเป็นครั…